[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140133431706",2,5,"ระดับของ Autonomous Drive บ่งบอกถึงความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติ","เทคโนโลยี Autonomous Drive หลายท่านก็อาจจะทราบข่าวและตั้งหน้าตั้งตารอเทคโนโลยีการขับขี่ใหม่ที่จะมาช่วยให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้นในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากยุคสมัยที่รถต้องขับเอง ในอนาคต เราจะมีรถยนต์ที่ขับด้วยคอมพิวเตอร์ระบบ AI ไม่ต้องมีคนมาบังคับควบคุมอีกต่อไป\n\nเทคโนโลยี Autonomous Drive นั้นดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ค่ายรถทุกเจ้าจะพยายามเป็นผู้นำตลาดให้ได้ในปัจจุบัน เช่น Tesla ที่ใช้ชื่อทางการตลาดว่า Auto Pilot แต่ด้วยระบบที่มีความซับซ้อนขนาดนี้ และการที่เราจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการกระทำบางสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง เราก็ต้องมีการแบ่งระดับของความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยีจริงไหมครับ?\n\nกล่าวคือ Autonomous Drive ตามเทคโนโลยีปัจจุบัน หลายค่ายอาจจะมีความล้ำหน้าสามารถขับเองได้เกือบจะถึงขั้นสุดแล้ว แต่อีกหลายค่ายก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถละเลยหน้าที่ของตัวเองได้อยู่\n\nหน่วยงาน Society of Automotive Engineers หรือ SAE International ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดมาตรฐานเกี่ยวกับหลายส่วนในรถยนต์ ก็ได้จัดหมวดหมู่ของระบบ Autonomous Drive เอาไว้ โดยแบ่งออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน ตั้งแต่ระดับ 0 ถึงระดับที่ 5 และเนื่องจาก SAE เป็นหน่วยงานที่มีความเป็นสากลมากที่สุดในระดับโลก แม้แต่ค่ายรถยนต์ และสื่อยานยนต์เองก็ตั้งเป้าหมายเทคโนโลยีตามหมวดหมู่ที่ SAE จัดเอาไว้\n\nเริ่มต้นที่ Automation Level 0 น่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุด นั่นหมายถึงรถที่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัดสินใจควบคุมรถอะไรได้เลย ซึ่งก็คือรถทั่วไปในปัจจุบันที่เรายังต้องขับเองนั่นเอง\n\nAutomation Level 1 นั้น คือระบบที่ผู้ขับขี่และตัวรถยังต้องทำงานร่วมกันอยู่ ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับนี้คือ Adaptive Cruise Control ที่ซึ่งรถจะช่วยรักษาความเร็วให้เท่ากับรถคันหน้า หรือระบบช่วยจอด Parking Assist ที่ซึ่งพวงมาลัยจะเลี้ยวไปอัตโนมัติ แต่ผู้ขับขี่ยังต้องควบคุมคันเร่งและเบรคอยู่ และระบบช่วยเบรค Auto Emergency Braking ก็นับรวมเป็นระดับนี้ ข้อกำหนดในระดับโลก กำลังพยายามให้ฟีเจอร์ในระดับนี้ถูกติดตั้งอยู่ในรถทุกรูปแบบ และในประเทศไทยเอง รถหลายรุ่นที่ราคาจับต้องได้มากขึ้น ก็ติดตั้งระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน Active Safety ที่ตรงกับระดับนี้มาให้ในทุกรุ่นย่อย เช่น Honda HR-V\n\nAutomation Level 2 นั้น คือระบบที่รถสามารถควบคุมการบังคับเลี้ยว ความเร็ว และการเบรคได้ทั้งหมด แต่ว่าผู้ขับขี่ยังคงต้องพร้อมที่จะกลับมาเป็นคนขับเองอยู่ตลอดเวลา โดยรถจะยังคงมีระบบตรวจจับว่าคนขับนั้นยังคงมีสมาธิพอที่จะกลับมาขับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือไม่ รถที่ใช้ระบบระดับนี้ที่เรารู้จักกันมากที่สุดก็คือ Tesla Auto Pilot ที่เป็นที่ถกเถียงกันว่า แม้ชื่อจะชวนให้เข้าใจว่าคือระบบการขับขี่อัตโนมัติเต็มที่ แต่ในความเป็นจริง ฟีเจอร์ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างไปจากรถอีกหลากหลายรุ่นที่อยู่ในระดับเดียวกัน\n\nAutomation Level 3 เป็นขั้นกว่าของระดับ 2 ที่ซึ่งผู้ขับขี่สามารถที่จะละสายตาจากท้องถนนไปทำสิ่งอื่นได้ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด รถยนต์จะสามารถหักหลบ หรือเบรคฉุกเฉินให้เองได้โดยไม่ต้องให้คนควบคุม แต่ว่าผู้ขับขี่ยังคงต้องกลับมาขับต่อไปหลังจากการตัดสินใจนี้ของตัวรถ มีรถหลากหลายรุ่นที่เทคโนโลยีพร้อมจะจำหน่ายแล้วในระดับนี้ ส่วนมากจะเป็นค่ายรถยนต์จากยุโรปเช่น Mercedes-Benz และ Audi แต่ด้วยกฎเกณฑ์ที่ยังไม่ถูกเขียนอย่างลงตัว หลายค่ายจึงยังไม่สามารถจำหน่ายได้ รถรุ่นแรกที่จำหน่ายจริง Autonomous Driving Level 3 จึงมาจากญี่ปุ่น และเป็นรถ Honda Legend ที่มาพร้อมกับระบบ Honda Sensing Elite\n\nAutomation Level 4 นี้เป็นระดับที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องให้ความสนใจเลย จะไปนั่งที่เบาะหลังก็ได้ แต่ว่ายังมีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ ซึ่งรถเหล่านี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะในบางพื้นที่ที่มีการสำรวจและระบบ GPS สามารถตรวจจับได้ และมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย แต่ถ้าหากออกนอกพื้นที่ผู้ขับขี่ยังต้องพร้อมที่จะกลับมาขับเพื่อหยุดรถอย่างปลอดภัยในพื้นที่ที่ถูกต้องได้อยู่ Honda กำลังทดสอบระบบขั้นนี้ โดยเป็นตัวเสริมจาก Honda Legend ที่ไปขึ้นระดับ 3 แล้ว\n\nAutomation Level 5 คือระดับสูงสุดที่เทคโนโลยียังไปไม่ถึง มันคือรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติที่ไม่ต้องมีพวงมาลัย และสามารถใช้ได้ในทุกพื้นที่ของโลก ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่แบบใด และรถยนต์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากฐานที่มีอยู่แล้วในแบบระดับ 4 เรายังคงอยู่ห่างจากรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติอย่างแท้จริงนี้หลายปี แต่เทคโนโลยีที่ก้าวขึ้นไปทุกวัน ก็ไม่แน่ครับ อีก 20 ปี ใครจะรู้?\n","autodriv.png","",null,"autodriv_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593447]