[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140139917415",2,5,"น้ำมันเครื่อง เลือกใช้และเปลี่ยนถ่ายอย่างไร","น้ำมันเครื่องนอกจากจะหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์แล้ว ยังช่วยถ่ายเทความร้อนและปกป้องชิ้นส่วนต่างๆ จากการสึกหรอ ทางผู้ผลิตจึงแนะนำให้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะการใช้งานที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของรถยนต์แตกต่างกันไป โดยคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องจะค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลาและระยะทางการใช้งาน\n\nน้ำมันเครื่อง สามารถแบ่งชนิดที่นิยมใช้กันในปัจจุบันออกมาได้ 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% และน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ แน่นอนว่ายังคงมีน้ำมันเครื่องแบบธรรมดาไม่มีส่วนผสมสังเคราะห์เหลืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมแล้วในปัจจุบัน\n\nความแตกต่างจะอยู่ที่คุณสมบัติการใช้งานตามช่วงอุณหภูมิ สิ่งเจือปน และ การรักษาสภาพคุณสมบัติของน้ำมันเครื่อง โดยน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% จะสามารถใช้งานได้ที่ช่วงอุณหภูมิกว้างกว่า มีสิ่งเจือปนน้อยกว่า และสามารถคงสภาพคุณสมบัติได้ยาวนานกว่า ด้วยเหตุนี้ระยะทางโดยเฉลี่ยของน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์จึงน้อยกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ครึ่งต่อครึ่ง\n\nนอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งตามเบอร์ความหนืดของน้ำมันได้หลายประเภท เช่น 0W20 5W30 5W40 10W40 20W50 โดยตัวเลขเหล่านี้จะบอกค่าความหนืดตามมาตรฐาน SAE (Society of Automotive Engineers) แบ่งเป็น เลขตัวหน้า W (ย่อมาจาก winter) สำหรับ บ่งบอกค่าความหนืดเมื่อใช้งานในช่วงอุณหภูมิต่ำหรือช่วงที่สตาร์ทเครื่องยนต์ในเมืองหนาว (0 องศาเซลเซียส ลงไป) และ เลขตัวหลัง W สำหรับ ใช้งานช่วงอุณหภูมิเครื่องยนต์ทำงานปกติ (0 องศาเซลเซียส ขึ้นไป) \n\nสำหรับเมืองไทยนั้นเราสามารถดูแค่เลขตัวหลังได้เลย ตัวเลขยิ่งมาก น้ำมันเครื่องก็จะมีค่าความหนืด (viscosity index) สูง สำหรับการเลือกน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดที่เหมาะสม โปรดดูได้จากคู่มือประจำรถของท่าน\n\nสุดท้าย ยังสามารถแบ่งตามประเภทเครื่องยนต์ เช่น เบนซิน, ดีเซลและเชื้อเพลิงทางเลือกต่างๆ เช่น CNG LPG เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะบอกไว้ที่ฉลากแกลลอนน้ำมันเครื่องอย่างชัดเจน จึงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อมาใช้งาน ตามเชื้อเพลิงของรถยนต์ท่าน\n\nน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนถ่ายบ่อยแค่ไหน? โดยปกติให้ยึดตามคู่มือประจำรถที่จะบอกระยะเปลี่ยนถ่ายตามเกรดน้ำมันเครื่องที่ผู้ผลิตแนะนำ แต่หากการใช้รถของท่านแตกต่างไปจากระยะที่คู่มือบอก เช่น ใช้รถน้อย ให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันก่อนถึงระยะทางปกติ โดยไม่ควรให้น้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานเกิน 6 เดือน-1 ปี ตามชนิดของน้ำมันเครื่อง\n\nหากเครื่องยนต์มีระยะการใช้งานสูงและระดับน้ำมันเครื่องพร่อง ต้องทำอย่างไร บางท่านอาจจะพบเจอปัญหาน้ำมันเครื่องพร่อง หลังจากผ่านระยะการใช้งานหลายแสนกิโลเมตร ตรงนี้อาจจะพิจารณาใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่มีความหนืดมากขึ้น 1 เบอร์ เช่นจาก 10W40 เป็น 20W50 และคอยหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ควรให้ศูนย์บริการหรือช่างตรวจสอบว่าสาเหตุของการพร่องนั้นมาจากชิ้นส่วนใด และแก้ไขตามลำดับ\n","p_oil.png","",null,"p_oil_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593320]