[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140140910578",2,4,"Special Report - Toyota มาเป็นเจ้าตลาดได้อย่างไร?","ทุกวันนี้ในประเทศไทย Toyota ก็เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมและมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง และแม้แต่ในระดับโลกเอง Toyota ก็เป็นบริษัทที่มียอดจำหน่ายรถเป็นอันดับที่ 1 ในปี 2020 ความนิยมของ Toyota ทำให้เราเรียกได้ว่าเป็นบริษัทเจ้าตลาดอย่างไม่ต้องกังขา ด้วยตัวเลขยอดขายที่พิสูจน์ได้ง่าย\n\nเราคงไม่อาจที่จะบอกอย่างแน่นอนได้ว่าทำไม Toyota ถึงสามารถครองแชมป์ยอดขายในไทยและในระดับโลกได้ขนาดนั้น มันคือเรื่องที่ยังสามารถถกเถียงกันได้ และถ้าหากฟังเสียงจากผู้ที่ให้ความเห็นเอาไว้บนโลกโซเชี่ยล ก็มีผู้ที่ไม่ชอบรถ Toyota อยู่เป็นจำนวนมากด้วยเหตุผลหลาย ๆ ข้อ แต่สิ่งหนึ่งที่เราบอกได้อย่างชัดเจนคือ Toyota ไม่ได้มียอดขายที่ดีเด่นมาตั้งแต่เปิดบริษัทในทันที ไม่ว่าจะในระดับโลกหรือในไทยเอง\n\nเราคงไม่ย้อนไปถึงประวัติของ Toyota อย่างมากมายขนาดนั้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่คนส่วนมากทราบอยู่แล้ว บริษัทนี้ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ก่อนที่ในช่วงยุค 1930 ลูกชายของผู้ก่อตั้งบริษัทจะเปลี่ยนแนวทางไปยังการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศ จนออกมาเป็นรถ Toyota AA ในปี 1936 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง\n\nความน่าสนใจคือ Toyota ไม่ใช่บริษัทแรกที่ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่น ถ้าหากนับกันจริง ๆ แล้ว Toyota เป็นบริษัทที่ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นอันดับท้าย ๆ จะมาก่อนก็เพียงแค่ Subaru Suzuki และ Honda เพียงเท่านั้นเอง! ส่วนค่ายอื่น ๆ อย่างเช่น Nissan Mitsubishi Isuzu หรือแม้กระทั่งบริษัทที่กลายมาเป็นบริษัทลูกในปัจจุบันอย่าง Daihatsu ก็มีรถยนต์ที่เรียกว่ารถยนต์ได้ ออกมาก่อน Toyota\n\nหรือถ้าหากเราดูในมุมมองของเมืองไทยเอง Toyota ซึ่งเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกในปี 1966 ก็ตามหลังบริษัทต่างชาติที่เข้ามาเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยหลากหลายเจ้าเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Ford Mercedes-Benz Nissan Fiat เป็นต้น\n\nลักษณะการดำเนินธุรกิจของ Toyota ที่เรามักจะเห็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่ามักจะทำตามหลังค่ายอื่น ๆ ไม่เป็นผู้นำ ไม่ล้ำสมัย กว่าจะเอาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ ค่ายอื่นก็ใส่มาให้ครบหมดแล้ว มันแสดงให้เห็นชัดเจนตั้งแต่การกำเนิดขึ้นมาของบริษัท\n\nถึงกระนั้น Toyota กลับขึ้นมาเป็นเจ้าตลาดได้ หลายคนก็ให้ความเห็นว่า การที่พวกเขารอให้คนอื่นทำนำหน้าไปก่อน นั่นหมายความว่าบริษัทอื่นก็จะต้องไปประสบปัญหาก่อน และเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว Toyota ก็จะนำมาใช้ แต่เราก็ไม่อยากจะเชื่อ 100% เพราะอย่างรถยนต์ Hybrid ที่ Toyota เป็นผู้บุกเบิกในการจำหน่ายจริง มันก็เป็นนวัตกรรมที่ Toyota ยอมเสี่ยงทำให้แพร่หลายก่อนค่ายอื่น แต่ว่า การทำรถที่จะทำให้ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้า ราบลื่นที่สุด ปัญหาน้อยที่สุด ทุกอย่างต้องแก้ไขให้ดีก่อนที่จะวางจำหน่าย ก็เป็นสิ่งที่ Toyota ทำมาตลอดอย่างเห็นได้ชัด จนคนมองว่ารถ Toyota ไม่จุกจิก ปัญหาน้อยเหมือนกัน\n\nอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น มีบ่อยครั้งที่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าถูกนำมาใช้เพื่อเรียกกระแสความสนใจ ดึงดูดให้ผู้ใช้งานจับจองกันไปเป็นเจ้าของ แต่อุตสาหกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอุตสาหกรรมที่ให้เทคโนโลยีนำหน้าจริง ๆ หรือ? อยากจะให้ลองนึกดูนะครับ ว่ามีรถรุ่นไหนที่ระบบ Infotainment มันเป็นฟีเจอร์ที่ดีที่สุด เป็นฟีเจอร์แรกที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงรถรุ่นนั้น และเป็นเหตุผลหลักที่คนซื้อรถรุ่นนั้นเลย?\n\nในวงการมอเตอร์สปอร์ต มีวลีติดปากอันหนึ่งว่า To finish first, first you have to finish ซึ่งหมายความว่า ถ้ารถจะแข่งชนะได้ ก็ต้องไม่พังไปเสียก่อน ผมก็อดคิดไม่ได้ว่ามันแอบแปลงมาใช้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เหมือนกัน เพราะสิ่งหนึ่งที่ Toyota สอนเราก็คือ ก่อนจะชนะคู่แข่ง ก็ต้องทำรถที่ใช้ไม่พังให้ได้ก่อน\n\nหลายค่ายที่พยายามจะตีตลาด อยากเป็นแชมป์ใน 2-3 ปี เอาใจใส่ในเรื่องความน่าเชื่อถือ มากเทียบเท่า หรือมากกว่า Toyota หรือยังครับ?\n","toyotatop.png","",null,"toyotatop_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593265]