[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140142124034",2,6,"แนะนำชนิดของระบบรถยนต์ขุมพลังไฮบริด: Parallel Hybrid","นับเป็นเวลาเกิน 10 ปี ตั้งแต่รถยนต์ Hybrid รุ่นแรกได้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย รถยนต์ Hybrid เป็นแนวคิดในการลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในรถยนต์ ด้วยการผสมผสานขุมพลังสันดาป เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ โดยเป้าหมายของรถยนต์ Hybrid นั้นคือการช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง\n\nถึงกระนั้น สิ่งที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ คือการที่ระบบ Hybrid ของรถยนต์นั้น สามารถจัดหมวดหมู่ออกมาเป็นแบบใหญ่ ๆ ได้ 2 แบบ ซึ่งจัดหมวดหมู่ผ่านระบบการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปถึงล้อ โดยที่แต่ละแบบก็มีความแตกต่าง มีข้อดี ข้อเสีย รวมไปถึงความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงจะมานำเสนอระบบ Hybrid ในรถยนต์แบบต่าง ๆ นี้\n\nโดยวันนี้ เราจะมานำเสนอ ระบบ Hybrid แบบแรก เรียกว่า Parallel Hybrid\n\nคำว่า Parallel นั้น แปลเป็นภาษาไทยได้ว่าคู่ขนาน ระบบ Parallel Hybrid จึงสามารถอธิบายได้อย่างง่ายว่า ระบบ Hybrid แบบคู่ขนาน นั่นหมายความว่าทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า จะสามารถส่งกำลังไปถึงล้อได้ผ่านระบบเกียร์ โดยอาศัยการตัดต่อกำลังผ่านระบบคลัช ระบบดังกล่าวนี้ ถูกใช้งานเป็นครั้งแรกในรถ Honda Insight ซึ่งเปิดตัวในปี 1999\n\nในภายหลัง Toyota ได้ออกแบบระบบดังกล่าวให้มีความซับซ้อนขึ้น จนสามารถที่จะเลือกให้ทั้งเครื่องยนต์สันดาป หรือมอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังอย่างใดอย่างหนึ่งได้ 100% ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า Hybrid Synergy Drive และนี่คือระบบ Hybrid ที่แพร่หลายที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน อันปรากฎอยู่ในรถอาทิเช่น Toyota Prius และรุ่น Hybrid อื่น ๆ เช่นใน Corolla Corolla Cross Camry C:HR ฯลฯ และยังรวมไปถึงระบบ i-MMD ใน Honda City E:HEV อีกด้วย\n\nระบบ Parallel Hybrid นั้น มีข้อดีคือความสามารถในการเลือกแหล่งของกำลังได้อย่างอิสระจากกัน หมายความว่าลักษณะการขับขี่ของตัวรถ สามารถเป็นได้ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเงียบ และปล่อยมลพิษน้อยในการเดินทางในเมือง แต่ถ้าหากต้องเดินทางไกล ก็ยังสามารถที่จะใช้เครื่องยนต์มาหมุนล้อได้ จึงยังคงมีประสิทธิภาพที่สูง แต่ข้อเสียคือความซับซ้อนของระบบที่ต้องมีการออกแบบให้การตัดต่อกำลังเป็นไปตามความต้องการนี้เอง\n\nอีกหนึ่งระบบ Hybrid ที่อยู่ภายใต้หมวดหมู่ Parallel Hybrid คือระบบ Mild Parallel Hybrid ซึ่งความแตกต่างนั้น คือการที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะมีขนาดเล็กมากจนไม่อาจขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์อย่างเดียวได้ ระบบดังกล่าวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมกำลังของเครื่องยนต์สันดาป และในปัจจุบันก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นด้วยการใช้ระบบไฟ 48V ซึ่งตัวอย่างรถที่ใช้ระบบนี้คือ Honda Jazz Hybrid\n\nข้อดีของระบบ Mild Hybrid คือความไม่ซับซ้อน ส่วนมากมอเตอร์นั้นถูกรวมเข้ากับตัวมอเตอร์สตาร์ทของรถยนต์ หรือฟลายวีลในบางกรณี แบตเตอรี่จึงไม่ต้องมีขนาดใหญ่ และสามารถติดตั้งกับรถรุ่นเดิมได้ในทันที แต่ข้อเสียคือมอเตอร์ไฟฟ้าเช่นนี้ไม่ได้มีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนรถได้ จึงไม่เหมือนกับรถที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังขับเคลื่อนจริง ๆ เพียงแค่มาช่วยเครื่องยนต์สันดาปเท่านั้น\n","prrlhb.png","",null,"prrlhb_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593212]