[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140147349051",2,5,"ทำไมฮีทเตอร์ในรถยนต์ถึงมีประโยชน์ในเมืองร้อน ?","อย่างที่ผู้อ่านคงจะทราบกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น อบอ้าว รถยนต์ทุกคันต่างมีเครื่องปรับอากาศติดตั้งกันเป็นเรื่องปกติ แต่ในระบบปรับอากาศรถยนต์นั้น มีสิ่งที่มักเป็นข้อถกเถียงกันในแวดวงยานยนต์นั้นคือ ฮีทเตอร์นั้นยังคงจำเป็นหรือไม่ในรถที่ขายในบ้านเราด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งปี วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงข้อดีของการที่มีฮีทเตอร์ในรถของเรากัน\nประการแรก หายใจสบายไม่แสบจมูก และควบคุมอุณหภูมิได้นิ่งกว่า \nระบบแอร์ในรถยนต์ที่มีฮีทเตอร์ จะปรับอุณหภูมิร้อน-เย็น ด้วยการผสมลมร้อนจากแผงคอยล์ร้อนที่มีน้ำจากหม้อน้ำไปวนในตู้แอร์ ผสมกับลมเย็นจากแผงคอยล์เย็นเข้าด้วยกัน ในขณะที่รถที่ไม่มีฮีทเตอร์ จะใช้วิธีการตัดต่อการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์เป็นหลักในการควบคุมอุณหภูมิ (ตัดนานเย็นน้อย ต่อนานเย็นมาก) การที่ระบบแอร์มีการตัดต่อ อยู่ตลอดเวลาจะเป็นผลให้อุณหภูมิในห้องโดยสารมีการแกว่งขึ้นลงมากกว่ารถที่ใช้ระบบแอร์ผสมลมร้อน-เย็น ที่จะให้ผลรวมอุณหภูมิลมที่ออกจากช่องลมมีความคงที่ ไม่เย็นจนแสบจมูกเกินไป\nประการที่สอง หมดกังวลเรื่องกระจกเป็นฝ้า \nหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า รถยนต์หลายรุ่นนั้นมีระบบไล่ฝ้า นอกจากแผงขดลวดความร้อนไล่ฝ้าบนกระจกหลังในรถหลาย ๆ รุ่น จะมีช่องลมสำหรับเป่าลมขึ้นกระจกบังลมหน้า และกระจกด้านหน้าซ้ายและขวา รูเป่าลมเหล่านี้มีไว้เพื่อเป่าลมอุ่น ๆ จากฮีทเตอร์เพื่อไล่ฝ้าที่อาจเกิดขึ้นในวันที่อากาศเย็นจัด หรือความชื้นในอากาศมากเป็นพิเศษ ซึ่งรถที่มีฮีทเตอร์ก็จะได้ใช้ประโยชน์จากตำแหน่งทิศทางการเป่าลมจากช่องลมเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ แต่สำหรับรถรุ่นที่ไม่ทีฮีทเตอร์ แต่มีช่องลมเหล่านี้มาให้ เมื่อต้องการไล่ฝ้าจากกระจกบานหน้าและบานหน้าด้านข้างทั้งสอง ก็จะต้องใช้วิธีการปิดระบบหมุนเวียนลมภายในรถเพื่อให้ตู้แอร์ดึงอากาศที่อุ่นกว่าจากภายนอกมาเป่าไล่ฝ้า ซึ่งเรียนตามตรงว่า มันก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่ากับการใช้ลมอุ่นจากฮีทเตอร์นัก\nประการที่สาม อุ่นสบายในหน้าหนาว\nแน่นอนเมื่อุณหภูมิลดต่ำลงในช่วงฤดูหนาว รถที่มีฮีทเตอร์ก็จะสามารถปรับอุณหภูมิให้อุ่นได้ตามที่เราต้องการจากการนำเอาลมร้อนจากตู้แอร์ออกมาเป่าให้สบายตัว\nจะเห็นได้ว่าฮีทเตอร์ในประเทศเมืองร้อนอย่างบ้านเรานั้น เสมือนเป็นสิ่งที่คนมักไม่นึกถึงว่ามันควรจะต้องมี แต่มันก็มีประโยชน์ในด้านการใช้งานของมันมากกว่าที่จะมีไว้เผื่อคุยโม้กับเพื่อนว่ารถของเราเป็นสเป็คเหมือนกับรถนอกฯ \nสำหรับใครที่เป็นกังวลว่า มีฮีทเตอร์แล้วแอร์จะเย็นไม่ฉ่ำในวันที่อากาศร้อนจัด ก็อาจจะต้องขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ระบบแอร์ที่มีฮีทเตอร์อยู่ในตู้แอร์ในรถส่วนใหญ่นั้น สามารถปิดการทำงาน (เลือกไม่เป่าลมร้อน) จากฮีทเตอร์ได้เกือบจะ 100% ดังนั้นหากใครคิดว่ารถตัวเองมีฮีทเตอร์แล้วแอร์ไม่ค่อยเย็น ก็อาจจะต้องลองตรวจสอบการปรับตั้งอุณหภูมิจากแผงควบคุม หรือหากรถเก่าแล้ว และมีฮีทเตอร์อยู่ในระบบ แต่แอร์ไม่เย็นเหมือนสมัยที่รถยังใหม่ ๆ อาจจะลองให้ช่างผู้ชำนาญการเกี่ยวกับระบบแอร์ช่วยดูให้ว่าระบบแอร์ของเราสกปรกเกินไปจนถ่ายเทความร้อนได้ไม่ดี หรือทำงานผิดปกติหรือไม่ด้วยเช่นกัน\n","b_heatermerit.png","",null,"b_heatermerit_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593034]