[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140148548075",2,6,"Nissan Kicks e-Power อาจจะเป็นรถดีที่ถูกมองข้ามที่สุดในไทย","เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วที่นิสสันประเทศไทย ได้เปิดตัวรถยนต์คอมแพ็คครอสโอเวอร์ในชื่อ Nissan Kicks e-Power รถรุ่นนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงกันเป็นวงกว้างว่าสรุปแล้ว e-Power ของนิสสันนั้น เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? หรือมันเป็นรถไฮบริด ด้วยการโฆษณาที่ก่อให้เกิดกระแสชวนงงด้วยคำว่า “ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%” \ne-Power เป็นเทคโนโลยีขุมพลังขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยไฟฟ้าล่าสุดจากนิสสัน หลังจากที่นิสสันได้ริเริ่มการแนะนำระบบไฮบริดในไทยมาตั้งแต่ในรถยนต์รุ่น X-Trail เมื่อปี 2015 ซึ่งผลตอบรับที่ไม่ค่อยดีนัก โดย e-Power เป็นเทคโนโลยีที่ถูกถ่ายทอดมาจากประสบการณ์การสร้างรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง Nissan Leaf ที่นำเอาขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 ชนิดเดียวกับที่ประจำการอยู่ใน Nissan Leaf (ZE1) รุ่นปัจจุบัน มาปรับแต่งและประกอบเป็นแพคเกจใหม่ร่วมกับเครื่องปั่นไฟ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร อาศัยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนตัวรถไปด้วยแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยปล่อยให้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตรที่ติดตั้งมานั้น ทำหน้าที่ในการสร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บสำรองไว้ในแบตเตอร์รี่ลิเธียมขนาด 1.57 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อนและป้อนให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในรถ โดยเครื่องยนต์จะไม่ถูกต่อเข้ากับระบบส่งกำลังสู่ล้อรถแต่อย่างใด\nจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการขับขี่ในฐานะผู้ใช้จริง จะพบความประทับใจหลาย ๆ อย่าง ที่ไม่สามารถรับรู้ได้จากการอ่านรีวิว หรือดูสเป็คในแคทตาล็อก เช่นเรื่องง่าย ๆ อย่างความแรงที่เมื่อดูจากตัวเลข 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร เราไม่มีทางที่จะจินตนาการออกได้เลยว่า Kicks นั้นมันแรงยังไงเพราะตัวเลขมันก็ไม่ได้หนีจากคู่แข่งอื่นในตลาด จนเมื่อได้ขับจริง คุณจะพบว่าแรงดึงจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกับที่ติดตั้งใน Nissan Leaf นั้น จะดึงจนคุณหน้าหงายและทะยานขึ้นไปถึงความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทีเด็ดจะอยู่ที่เมื่อถอนคันเร่ง หากใช้งาน Drive Mode ในโหมด Smart หรือ Eco ตัวรถจะมีอาการหน่วงลงด้วยแรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่พยายามจะชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอร์รี่ได้จนรถหยุดสนิทโดยไม่ต้องแตะเบรก (เทคโนโลยี one-pedal) ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ในสภาพการจราจรที่แออัดในเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ลดการใช้งานแป้นเบรกไปได้มาก แม้เราคุ้นชินกับการทำงานของระบบ แต่ต้องใช้งานเบรกกะทันหัน เราก็ยังสามารถกลับไปใช้แป้นเบรกตามปกติได้อยู่ดี และหากไม่ชอบการขับแบบ One-Pedal ก็ยังสามารถเลือกขับในโหมด Normal ที่จะทำให้คันเร่งทำหน้าที่เป็นเพียงแค่คันเร่งเพียงอย่างเดียว และสามารถปล่อยรถให้ไหลไปเรื่อย ๆ ได้ตามปกติ\nในด้านอัตราการสิ้นเปลือง Kicks e-Power นั้นมีนิสัยการใช้งานเชื้อเพลิงที่พิลึกพิลั่นต่างจากรถเบนซิน หรือเบนซินไฮบริดจากยี่ห้ออื่น ๆ จากประสบการณ์ใช้งานจริงของผู้เขียน ทดลองจับอัตราสิ้นเปลืองในการขับขี่ทางไกลอยู่ที่ 15-18 กิโลเมตรต่อลิตร แต่หากวันไหนที่ได้ขับเข้าเมืองในสภาวะรถเคลื่อนตัวช้า ๆ คลาน ๆ ตามกันไปแต่ไม่หยุดนิ่งนานนัก อัตราสิ้นเปลืองของน้ำมันในถังนั้น จะได้แตะ 20 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว ซึ่งจะขัดกับความคุ้นชินของคนทั่วไปที่รู้สึกว่าการขับรถในเมืองจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าการใช้รถวิ่งทางไกล เพราะระบบขับเคลื่อน e-Power เมื่อใช้งานในสภาวะ Stop-and-Go จะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการชาร์จไฟกลับจากแรงหน่วงในคันเร่งโหมด Smart/Eco และทำให้เครื่องยนต์เบนซินนั้นแทบไม่ติดขึ้นมาให้ได้ยินเสียงเลยขณะขับขี่เลย จึงได้อัตราสิ้นเปลืองที่ดีกว่าการขับทางไกลระยะทางยาว ๆ ที่เครื่องยนต์ต้องติดเพื่อปั่นไฟตลอดเวลา\nในด้านอื่น ๆ Kicks นั้นก็ถือเป็นรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเพียบพร้อมในแทบทุกด้านไม่ต่างจากคู่แข่งในตลาดกลุ่มนี้ ตั้งแต่หน้าจอวิทยุที่รองรับการใช้งาน Apple Carplay ไฟหน้าไฟท้ายแบบแอลอีดี พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ และยังมี Adaptive Cruise Control ปรับความเร็วเดินทางตามรถคันหน้าอัตโนมัติ ด้านระบบความปลอดภัยก็มีระบบเบรกฉุกเฉินและเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบช่วยเหลือเสถียรภาพในการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถลอย่าง VDC และเบรก ABS ก็มีมาให้ครบ พร้อมถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง\nการโดยสารภายใน ถึงแม้ตัวรถจะดูจากภายนอกมีขนาดกะทัดรัดกว่าเพื่อน ด้วยการที่มีระยะฐานล้อที่สั้นกว่าคู่แข่งในกลุ่มแทบจะทุกรุ่น แต่ภายในนั้นก็มีการจัดวางตำแหน่งการนั่งขับขี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างดี เบาะนั่งคนขับนั้นสูงพอที่จะทำให้ผู้ขับรู้สึกว่ากำลังขับรถที่ยกสูงสไตล์ครอสโอเวอร์ ไม่ใช่รถเก๋งปกติ เบาะโดยสารตอนหลังนั้นเมื่อนั่งลงอาจรู้สึกแคบด้วยพื้นที่วางขาที่ชิดกับเบาะหน้า แต่กลับได้เปรียบในแง่ของความโปร่งของห้องโดยสารที่หลังคาค่อนข้างสูงและมีพื้นที่กระจกหน้าต่างรอบด้านที่กว้างกว่าคู่แข่งในคลาส จนทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป\nในด้านการบำรุงรักษา ถึงแม้ตัวรถจะฟังดูแล้วทีเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่ความเป็นจริงแล้วกลับกลายเป็นเรื่องง่าย เพราะด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนในการขับเคลื่อนที่ยกมาจาก Nissan Leaf ที่มีกลไกการทำงานไม่ซับซ้อน รวมเข้ากับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถ Eco Car ของนิสสันมานานกว่า 10 ปี ดังนั้นทุกครั้งที่นำรถเข้าเช็คระยะ ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ค่าใช้จ่ายรายครั้งนั้น แทบไม่ต่างอะไรจาก Nissan March ที่เป็น Eco car รุ่นแรกในไทยเลย \nถึงแม้ว่าตัวเลขยอดขายและกระแสการพูดถึงของ Kicks e-Power จะไม่ค่อยดีนัก แต่จากการได้สัมผัสและใช้งานจริง ๆ มาสักระยะหนึ่งแล้วนั้น ก็ยากที่จะปฏิเสธได้ว่า Kicks e-Power นั้นเป็นรถดีที่ไม่มีใครเหลียวแล ด้วยความที่คุณงามความดีของมันนั้น ไม่สามารถเอามาเกทับกันได้เพียงแค่ในตารางสเป็ค จนกว่าจะได้ไปลองสัมผัสและทดลองใช้งานมันจริง ๆ \n","b_kicks.png","",null,"b_kicks_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136593016]