[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140154233596",2,4,"ปิดตำนานนิสสันคอมแพ็คซีดานตัวแรงในไทย Nissan Sylphy DIG-Turb","เมื่อกล่าวถึงรถยนต์ในกลุ่มคอมแพคซีดาน หรือ C-Segment ที่มีเทอร์โบติดตั้งจากโรงงาน วัยรุ่นสายซิ่งหรือผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์นั้นคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ชื่อแรกที่จะถูกพูดถีงนั้นคือ Honda Civic แต่รู้หรือไม่ ว่ารถจากค่ายญี่ปุ่นในเซกเมนท์เดียวกันนี้ ยังมีอีกรุ่นหนึ่งที่คนมักจะไม่ค่อยนึกถึงเมื่อพูดถึง “เทอร์โบในรถพ่อบ้าน” นั้นคือ Nissan Sylphy DIG-Turbo\nNissan Sylphy DIG-Turbo (ดี ไอ จี เทอร์ โบ) โฉม B17 เปิดตัวและวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2015 นับเป็นเวลาเกือบ 3 ปีหลังจากที่นิสสันได้เปิดตัว Sylphy B17 ในรุ่น 1.6 และ 1.8 ในช่วงปี 2012 การเปิดตัวรุ่นปรับโฉมในปี 2015 นั้นไม่ได้สร้างความฮือฮาหรือสร้างยอดขายให้แก่รถคอมแพ็คซีดานจากค่ายนิสสันเท่าไรนัก เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนิสสันยังคงประสบปัญหารถยนต์ที่ผลิตออกมานั้นมียอดคงค้างอยู่ในสต็อคเป็นจำนวนมาก การเปิดตัว Sylphy DIG-Turbo จึงไม่ได้ถูกพูดถึงมากเท่าที่ควร เพราะเหล่าพนักงานขายก็ต่างพยายามที่จะระบายสต็อครถยนต์รุ่นก่อนออกไป\nด้านเทคนิคของตัวรถนั้น Sylphy DIG-Turbo ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร รหัส MR16DDT จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมแมนวลโหมด 6 จังหวะ มีการปรับปรุงระบบเบรกล้อคู่หน้าโดยใช้จานเบรกขนาดใหญ่กว่ารุ่น 1.6 และ 1.8 ปกติ ประกอบกับการปรับรายละเอียดความหนืดของโช้คและสปริง และพวงมาลัยให้แตกต่างจากรุ่นปกติเล็กน้อย เพื่อรองรับพละกำลังและการขับขี่ไตล์สปอร์ทมากขึ้น \nSylphy DIG-Turbo ในทัศนะของผู้เขียนนั้น มีความพิเศษที่สุดในบรรดารถนิสสันที่มีประกอบและทำตลาดในประเทศไทยในช่วงปี 2012-2020 เนื่องจากในรุ่นย่อยนี้ มีการนำเอาชิ้นส่วน และออพชั่นต่าง ๆ ยกมาจาก Sylphy เวอร์ชั่นออสเตรเลีย ที่วางจำหน่ายในชื่อ Pulsar SSS มาใส่ให้ ตั้งแต่หลังคาซันรูฟ ครูซคอนโทรล ระบบล็อคประตูอัตโนมัติตามความเร็วรถ ซึ่งเป็นลูกเล่นที่ไม่มีซิลฟี่รุ่นย่อยไหนในไทยมีติดตั้ง เบาะโดยสารตอนหลัง ก็ยังมีการนำเอาเบาะสเป็คออสเตรเลียมาใช้ จุดสังเกตุนั้นคือจะมีหูเกี่ยวยึดเบาะเด็กแบบ ISOFIX มาให้สองตำแหน่งที่นั่งด้วยกัน \nภายนอกนั้นมีการเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ ตามการปรับโฉมย่อยในปี 2015 อาทิ กันชนหน้าและหลังสไตล์สปอร์ท พร้อมช่องตะแกรงรังผึ้งบริเวณไฟตัดหมอกหน้าขวาที่ทำหน้าที่เป็นช่องดักลมสำหรับระบายอากาศให้อินเตอร์คูลเลอร์ สเกิร์ตข้างและสปอยเลอร์หลังติดตั้งจากโรงงาน และยังคงเป็นซิลฟี่เพียงไม่กี่รุ่นที่ได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีรมดำมาให้ ในขณะที่รุ่นย่อยหลักอื่น ๆ จะได้ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว เป็นต้น\nถึงแม้ว่าในรุ่น 1.6 ธรรมดานั้นจะมีการปรับโฉมใหม่อีกครั้งในปี 2017 โดยได้ใช้กันชนหน้าดีไซน์แบบเดียวกับรุ่นไมเนอร์เชนจ์ในตลาดญี่ปุ่น ยังคงจำหน่าย DIG-Turbo ด้วยสเป็คและหน้าตาแบบเดียวกับรถรุ่นปี 2015 ไปเรื่อย ๆ จนกระแสตัวรถนั้นซาลงไป ถึงขั้นมีข่าวลือในช่วงปี 2017 ว่านิสสันจะปิดไลน์การผลิตของ Sylphy DIG-Turbo ซึ่งแท้จริงแล้วในขณะนั้น นิสสันยังคงมีการผลิตรถในรุ่นย่อย DIG-Turbo ตามคำสั่งซื้อของลูกค้าอยู่ แต่ไม่ได้ผลิตออกมาสต็อคแล้วเท่านั้น\nแม้ว่ามันจะพิเศษสักเพียงใดก็ตามแต่ในตอนนั้น ฮอนด้าได้เปิดตัว Civic Turbo ที่มีรุ่นย่อยที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 173 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ตามมาในปี 2016 ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของนิสสัน ในการที่จะพยายามผลักดันรถยนต์คอมแพ็คตัวแรงรุ่นนี้ไปอีก เพราะด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ฮอนด้า บอดี้ที่สดใหม่ ดีไซน์ทันสมัยถูกใจวัยรุ่นกว่า จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักจะพบฮอนด้าซีวิคเทอร์โบได้ในทุก ๆ วันที่ขับรถออกไปไหนต่อไหน แต่ Sylphy Turbo ในปัจจุบัน ก็ยังขึ้นทำนียบรถหายากอยู่ตั้งแต่วันที่มันเปิดตัวจนยุติการทำตลาด\n","b_phybo.png","",null,"b_phybo_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592911]