[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140200011418",2,5,"ทราบหรือยัง ว่าคานกันชนไม่ได้มีไว้ซับแรงกระแทกที่ความเร็วสูง?","น่าจะเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า คานกันชนหลังเป็นสิ่งที่บริษัทรถยนต์มักจะตัดออกถ้าหากพวกเขาจำเป็นต้องลดต้นทุนการผลิตรถยนต์รุ่นหนึ่ง และเป็นที่นิยมชมชอบมากโดยเฉพาะในกลุ่มรถญี่ปุ่นบางค่าย และสร้างความกังวลใจและความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก รถจะปลอดภัยได้อย่างไรในเมื่ออุปกรณ์ซับแรงชิ้นหนึ่งหายไป? ถ้าถูกชนแล้วจะยุบมากหรือไม่?\n\nแท้จริงแล้ว คานกันชนด้านหน้า ซึ่งมีการออกแบบและวิธีการสร้างในแบบเดียวกันคานกันชนด้านหลัง ต้องถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อคนเดินถนน นั่นทำให้ตัวคานกันชนมักจะทำจากเหล็กอลูมิเนียม ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยโฟม และนั่นหมายความว่า คานกันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้น จะสามารถรับแรงกระแทกได้แค่ตามที่บริษัทคิดคำนวณมาเอาไว้ ซึ่งในกรณีส่วนมากก็จะทำตามข้อกำหนดของทางรัฐฯ และต่อให้เป็นประเทศสหรัฐอเมริกาที่ข้อกำหนดดังกล่าวเข้มงวดที่สุด ก็มีการทดสอบที่ความเร็วเพียงแค่ไม่เกิน 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\nนั่นเป็นสาเหตุทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูงกว่านั้น คานกันชนไม่ใช่สิ่งที่จะมาปกป้องผู้โดยสาร มันถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องตัวรถที่ความเร็วต่ำเท่านั้น\n\nสิ่งที่สำคัญกว่าคานกันชนและความหนาบางของเปลือกตัวถัง คือโครงสร้างที่อยู่ด้านใน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเฟรมด้านหน้า ตัวเสาหลังคาทั้ง A B และ C ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น เปลือกตัวถังนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ห่อหุ้มเอาไว้ซึ่งโครงสร้างความปลอดภัยเหล่านี้\n\nถ้าหากเราอยากทราบว่ารถรุ่นใดปลอดภัยมากน้อยเพียงใด ทางเดียวที่จะทราบได้ชัดเจน คือต้องนำรถไปชน เราเองก็คงไม่อยากทดสอบด้วยตัวเอง จึงมีหน่วยงานกึ่งรัฐต่าง ๆ ที่ทำการทดสอบเหล่านี้ สำหรับรถที่ผลิตในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มี ASEAN NCAP เป็นผู้ทดสอบการชนรถรุ่นต่าง ๆ\n","bumper.png","",null,"bumper_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592781]