[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140202115161",2,5,"เหตุผลที่กระบะส่วนใหญ่ไม่ใช้แชสซี Monocoque ไม่ใช่แค่เพราะบรรทุกหนักไม่ได้","รถกระบะที่จำหน่ายทั่วโลก ส่วนมากมักจะใช้พื้นฐานแบบ Body-on-frame หรือตัวถังวางบนแชสซีแยก ทำไมกันนะรถกระบะถึงได้ใช้โครงสร้างที่มีความโบราณเช่นนี้ แทนที่จะใช้โครงสร้างแบบ Monocoque ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าและแน่นหนาปลอดภัยมากกว่า?\n\nหลายคนอาจจะคิดว่า เป็นเพราะแชสซีแบบ Body-on-frame นั้นสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่า แต่ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะแชสซีแบบ Monocoque ก็สามารถทำให้แข็งแรง รองรับน้ำหนักบรรทุกที่มากได้เช่นกัน\n\nแท้จริงแล้ว ที่รถกระบะใช้พื้นฐานแบบ Body-on-frame จนเกิดความคุ้นเคยทั้งในกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่คาดหวังจะให้รถกระบะใช้แชสซีแยก เพราะแชสซีแบบ Body-on-frame นั้น ทำให้ตัวกระบะสามารถถอดได้ เมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะด้วยการใช้งานหรืออุบัติเหตุ ก็จะสามารถเปลี่ยนซ่อมแซมได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งตัวแชสซีเองก็ยังสามารถซ่อมได้ง่ายกว่าถ้าตัวถังกับแชสซีมารวมกัน\n\nอีกทั้งโดยเฉพาะในประเทศไทยที่รถกระบะถูกใช้เป็นรถบรรทุกหนัก การปรับแต่งแชสซีให้สามารถรองรับน้ำหนักที่มากขึ้นได้ ยังสามารถทำได้ง่ายกว่า เพียงแค่เสริมจุดแชสซีกล่องเข้าไป ก็จะสามารถใส่แหนบและเพิ่มความแข็งแรงของแชสซีได้ง่าย ในแบบที่การดัดแปลงแชสซี Monocoque จะทำได้ยากกว่า\n\nด้วยเหตุนี้เอง รถกระบะที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐาน Monocoque ซึ่งก็มีอยู่บางรุ่น มักจะถูกมองว่าเป็นรถสำหรับไลฟ์สไตล์มากกว่ารถทำกิน และในโลกยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ แต่เป็นอุปกรณ์ในการทำงาน ถ้าอุปกรณ์ใช้การไม่ได้เป็นระยะเวลานานก็จะทำให้เสียโอกาสในทางธุรกิจได้\n","truckframe.png","",null,"truckframe_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592644]