[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140203077512",2,5,"ทำไมเราถึงควรเติมน้ำมันตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด","สำหรับผู้ใช้รถแล้ว นอกจากการเราที่ควรรู้ว่ารถยนต์ของเรานั้นเป็นเครื่องยนต์ที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล หรือแกสโซลีน (เบนซิน) แล้วนั้น ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกชนิดน้ำมันย่อย ๆ มาเติมตามคำแนะนำของผู้ผลิตให้เหมาะสมกับรถของเรานั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มักเป็นข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ วันนี้เราจะพาไปเจาะประเด็นการเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดกัน\n\nดีเซล หรือเบนซิน ต้องเติมให้ถูก ห้ามพลาดเด็ดขาด \nเพราะเครื่องยนต์สองชนิดนี้มีลักษณะการจุดระเบิดเชื้อเพลิงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเติมน้ำมันผิดชนิดอาจทำให้น้ำมันที่ฉีดเข้าไปผสมกับอากาศลงห้องเผาไหม้นั้นจุดไม่ติด หรือเลวร้ายไปกว่านั้น อาจจะจุดระเบิดติดในลักษณะที่ไม่สามารถควบคุมคุณลักษณะให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์ตามปกติได้ ก่อให้เกิดความเสียหายกับทั้งระบบน้ำมันและชิ้นส่วนเคลื่อนไหวภายในเครื่องยนต์ได้\n\nน้ำมันเบนซินในไทย มีหลากหลายชนิด เรียกชื่อแบ่งได้เป็นสองส่วน\nส่วนแรก ปริมาณเอทานอลผสมในน้ำมันเบนซิน เช่น E10 E20 หรือ E85 ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงร้อยละของปริมาณเชื้อเพลิงเอทานอลที่ผสมอยู่ในน้ำมันเบนซิน เช่น E20 หมายถึงน้ำมันชนิดนี้มีเอทานอลผสมอยู่ 20% เป็นต้น \nหากรถยนต์ของเรารองรับน้ำมัน E20 เราสามารถเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ปกติ (E10) ลงในรถที่รองรับ E20 ได้โดยไม่มีปัญหา รวมถึงสามารถผสมชนิดเติมกันได้ด้วยเช่นกัน นั้นก็เพราะเอทานอลนั้นมีค่าพลังงานต่อหน่วยที่ต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน ผู้ผลิตที่ออกแบบรถมาให้รองรับ % เอทานอลในน้ำมันถึงระดับ 20% (E20) นั้นหมายถึงรถคันนั้นสามารถปรับแต่งปริมาณการฉีดจ่ายน้ำมันให้เหมาะสมกับค่าพลังงานของน้ำมันชนิดที่รองรับได้ แต่ในทางกลับกันด้วยรถคันเดียวกันนี้ หากเราเติมน้ำมัน E85 (ซึ่งไม่รองรับ) ปริมาณน้ำมันที่จ่ายเข้าห้องเผาไหม้ก็อาจจะไม่เพียงพอ ส่งผลให้ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศบางจนก่อเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้\n\nส่วนที่สอง ค่าออกเทน น้ำมันในบ้านเรานั้นมีค่าออกเทนอยู่ที่ 91 และ 95 หากผู้ผลิตแนะนำให้เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนอย่างน้อย 91 ก็มักจะไม่ค่อยมีประเด็นอะไรมากนัก เพราะการเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทน 95 ลงในรถที่ใช้น้ำมัน 91 ลงไป ก็จะไม่มีโทษอะไรกับเครื่องยนต์ แต่หากผู้ผลิตแนะนำให้เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทน 95 ก็ไม่ควรที่จะเติมน้ำมันออกเทน 91 ลงไป เพราะตัวเลขออกเทนนั้นเป็นค่าที่บอกคุณสมบัติในการต้านการชิงจุดระเบิด ผู้ผลิตอาจแนะนำให้เติม 95 ด้วยเหตุผลที่ออกแบบเครื่องยนต์มาให้มีค่ากำลังอัดในห้องเผาไหม้สูง ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเกิดการชิงจุดระเบิดได้ง่าย จึงแนะนำให้เราเติมออกเทน 95 หากเรายังดึงดันที่จะเติมน้ำมันออกเทน 91 ลงไป ก็อาจจะทำให้ในบางสภาวะในการขับขี่ เกิดการชิงจุดระเบิด ซึ่งการชิงจุดระเบิดนั้นเมื่อเกิดขึ้นบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ อาจทำให้ชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ เสียหายจากแรงระเบิดระหว่างการชิงจุดฯ ที่ผิดธรรมชาติไปจากการทำงานปกติของเครื่องยนต์ได้ \nฝาถังเขียนว่า E20 เติม แก๊สโซฮอลล์ 91 ได้หรือไม่? \n\nคำตอบคือ ได้ แต่มีเงื่อนไขในกรณีที่ผู้ผลิตระบุค่าออกเทนขั้นต่ำเป็น 91 เท่านั้น และไม่ควรเติม หากผู้ผลิตแนะนำให้เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนขั้นต่ำ 95 ก็ควรที่จะเติมแก๊สโซฮอลล์ 95 หรือ E20 เท่านั้น เราสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้จากคู่มือประจำรถ ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากเพราะความเข้าใจผิดว่าน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ (E10) จะต้องดีกว่า E20 เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าหากเราเติมน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 91 ลงในรถที่รองรับ E20 และต้องการน้ำมันออกเทนขั้นต่ำ 95 ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียตามที่ได้อธิบายไปในย่อหน้าก่อนนี้ได้เช่นกัน\n","correctfuel.png","",null,"correctfuel_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592689]