[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140206257290",2,4,"อีโค่คาร์ เฟส 2 ต่างจาก เฟส 1 อย่างไรบ้าง ","ในคราวที่เราแล้ว เราได้มาพูดถึง รถยนต์ อีโค่คาร์ ที่หลายคนรู้จักพวกมันมาเป็นอย่างดี ที่จริง โครงการอีโค่คาร์ทำให้รถยนต์นั่งขนาดเล็กได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย จนนำมาสู่โครงการระยะที่  2  หรือที่รู้จักในนาม อีโค่คาร์ เฟส 2\n  \nหลักการ อีโค่คาร์ ระยะที่ 2  ในเบื้องต้น ยังคงคล้ายๆ กับ โครงการในระยะแรก ผู้ผลิตที่เช้าร่วมโครงการ จะต้องเปิดตัว รถยนต์นั่งขนาดเล็ก โดยไม่มีข้อจำกัดขนาด เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามกฎสำคัญในเรื่องการลด การปล่อยไอเสีย ที่มีความเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม\n \nสิ่งที่เปลี่ยนไปในโครการระยะที่  2  คือ มีการเปลี่ยนข้อกำหนด เครื่องยนต์ ที่สามารถนำมาใช้ในรถในส่วนของเครื่องยนต์ดีเซล จาก ขนาดไม่เกิน 1,400 ซีซี เพิ่มเป็นขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยขนาดไม่เกิน 1,300 ซีซี\n\nมาตรฐานไอเสีย มีความเข้มงวดมากขึ้น จาก มาตรฐานยูโร 4  มาเป็น มาตรฐานยูโร  5  รวมถึง การปล่อยไอเสียต้องไม่เกิน 100 กรัม ต่อ กิโลเมตร จาก 120 กรัม ต่อกิโลเมตร สำคัญที่สุด อัตราประหยัดน้ำมัน ดีขึ้น จาก 20 กิโลเมตรต่อลิตร เปลี่ยนมาเป็น  23.25 กิโลเมตรต่อลิตร\n\nนอกจากนี้ ในเรื่องความปลอดภัย เพิ่มมาตรการทางด้านระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันให้ผู้ผลิตต้องใส่เข้ามา ได้แก่ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ระบบควบคุมการทรงตัว ต้องเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย\n \nปัจจุบัน รถยนต์ในโครงการ อีโค่คาร์ ระยะที่  2  นี้มีมากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะ Mitsubishi Mirage, Toyota Yaris,  Suzuki Swift, Mazda 2, Nissan Almera และ Honda City\n","eco2.png","",null,"eco2_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592541]