[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140206662613",2,6,"Tata Motors แบรนด์ที่เป็นผู้นำในตลาดรถไฟฟ้าในอินเดีย","รถยนต์ยี่ห้อ Tata ในสายตาคนไทยคงนึกถึง รถกระบะราคาถูกอย่าง Tata Xenon ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยมาราวๆ 10 ปี และมีหน้าตาที่เชยๆ และไม่มีออฟชั่นอะไรที่โดดเด่นนัก  แต่ทว่าสำหรับในตลาดอินเดียแล้ว Tata Group เป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ที่ทำธุรกิจหลายด้านภายใต้ชื่อ Tata กว่า 90 แห่งกระจายทั่วอินเดียและต่างประเทศ\nสำหรับ Tata Motors ในอินเดียนั้นแบ่งเป็นสองกลุ่มได้แก่กลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ซึ่งและกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล  ในส่วนของกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนั้น Tata Motors ปัจจุบันมียอดขายในประเทศอยู่ที่ราว 2 ถึง 3 หมื่นคันต่อเดือน ซึ่งมีส่วนเป็นอันดับ 3 รองจาก Maruti Suzuki และ Hyundai \nในช่วงไม่กี่ปีผ่านมารัฐบาลอินเดียก็ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศที่เลวร้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในเมืองใหญ่ที่ติดอันดับ 1 ของโลกอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นรัฐบาลอินเดียจึงออกโครงการสนับสนุนการลงทุนการผลิตรถไฟฟ้าอย่างจริงจังไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า, รถสามล้อไฟฟ้า, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้า หรือ แม้กระทั่งรถบัสไฟฟ้า\nโดยกลุ่มบริษัท Tata นั้นนอกจากจะมีธุรกิจหลักในด้านยานยนต์แล้ว ยังมีบริษัทโรงผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอย่าง Tata Power และบริษัทวิจัยผลิตแบตเตอรี่อย่าง Tata Chemical อีกด้วย\nเริ่มแรกก่อนปี 2017 Tata Motors ได้เปิดตัวรถเก๋งขนาดเล็กไฟฟ้า ซึ่งดัดแปลงมาจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ขายอยู่ในชื่อรุ่น Tigor EV. ในเวลานั้น Tigor EV ขายไม่ดีนัก เนื่องจากตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 16.2 kW ยังไม่ได้รองรับระบบ Quick charge และวิ่งระยะทางไกลสุดต่อการชาร์จได้แค่ 142 กิโลเมตร แต่กลับมีราคาจำหน่ายแพงกว่า Tigor ธรรมดาเกือบ 2 เท่า!  ดังนั้น Tata Motors จึงวางกลยุทธใหม่โดยผนึกกำลังกับบริษัทในครือไม่ว่าจะเป็น Tata Chemical หรือ Tata Power เพื่อสร้าง Eco system สำหรับรถไฟฟ้า และลงทุนสร้างจุดชาร์จกระจายหลายพื้นที่อย่างรวดเร็ว   อีกทั้ง Tata Motor ยังพัฒนารถไฟฟ้ารุ่นใหม่อีก 1 รถ ซึ่งเป็นรถที่ปรับปรุงมาจากรถ SUV ที่กำลังขายดีให้เป็น Tata Nexon EV และมีการอัพเกรทเทคโนโลยีพร้อมทั้งติดตั้งระบบรองรับ Quick Charge และแบบเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งตั้งราคาจำหน่ายให้แพงกว่า Tata Nexon รุ่นเครื่องยนต์สันดาปอยู่แค่ราว 30%\nTata Nexon EV เริ่มจำหน่ายเมื่อต้นปี 2020 ในช่วงแรกยอดขายอยู่แค่ราวไม่กี่ร้อยคันต่อเดือนและค่อยๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจากสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและชูจุดเด่นในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่ามาก ในขณะเดียวกันในช่วงปี 2021 ราคาจำหน่ายน้ำมันในประเทศอินเดียพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าลิตรละ 100 รูปี หรือประมาณ 50 บาทไทย ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวในการซื้อรถไฟฟ้า พร้อมทั้งรัฐบาลท้องถิ่นในหลายเมืองได้ออกกฎเกณฑ์เงินอุดหนุนหรืองดเว้นภาษีสำหรับคนซื้อรถไฟฟ้าอีกด้วย  ทำให้ยอดขายของ Tata Nexon EV ดีขึ้นจาก 6,835 คันในปี 2020 เป็น 12,899 คันในปี 2021 และครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอยู่กว่า 70%\nกระแสการตื่นตัวหันมาใช้รถไฟฟ้าในอินเดียกำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่มรถ 2 ล้อ 3 ล้อ และ 4 ล้อ ในขณะเดียวกันคู่แข่งในตลาดรถยนต์นั่งอย่าง Hyundai, และ MG ก็ประกาศการลงทุนที่จะทำรถ SUV ไฟฟ้าราคาที่เอื้อมถึงได้ออกจำหน่ายภายในปี 2024 แต่กระนั้น Tata Motors ก็ได้ประกาศอีกว่าจะเพิ่มการลงทุนและจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าให้ครบ 10 รุ่นภายในปี 2025 เพื่อที่จะเป็นจ้าวตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอินเดียต่อไป\n","tataev.png","",null,"tataev_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592543]