[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140208898034",2,5,"เมื่อรถจอดอมฝุ่น แต่ยังไม่เลอะมาก ควรจัดการอย่างไร","การจะไขข้อข้องใจนี้ ต้องย้อนกลับไปถึงเรื่องไอเดียพื้นฐานในการทำความสะอาดสีรถกันเสียก่อน ไอเดียพื้นฐานของการล้างรถที่ถูกต้องและ “ปลอดภัยต่อสีรถ” นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การล้างให้สะอาด แต่คือการล้างโดยทีเราต้องมั่นใจได้ว่า สิ่งสกปรกบนสีรถของเรานั้น จะไม่ถูก ถู ไถ ลาก ขีด ข่วน ไปบนเนื้อสีอันเงางามของเรา ซึ่งการล้างรถด้วยวิธีการแยกถังแชมพูกับน้ำสะอาดสำหรับซักผ้าล้างรถ ก็จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ อีกทั้งในการล้างโดยปกติ แชมพู จะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการยกคราบสกปรก ฝุ่นละอองต่าง ๆ บนผิวรถขึ้นเพื่อให้สามารถลูบออกได้อย่างปลอดภัย\nดังนั้นเวลาที่รถของเราจอดอมฝุ่นบาง ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขับออกไปไหน ไม่ได้เปื้อนดินโคลนมา การนำผ้าแห้ง ๆ ไม่ว่าผ้านั้นจะมีขนนุ่มฟูน่าสัมผัสสักเพียงไหน มาลูบไล้ถูฝุ่นแห้ง ๆ บนสีรถเราไปนั้น น่าจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าผ้าไมโครไฟเบอร์สมัยใหม่ มีคุณสมบัติในการกักเก็บฝุ่นไว้กับตัวมันเองได้อย่างดีแล้วก็ตาม แต่การเช็ดโดยไม่มีสารชะล้างหรือน้ำยาหล่อลื่น จะทำให้เศษฝุ่นผงบนผิวรถ ถูกลากไถไปกับเนื้อสีรถ จนอาจทำให้เกิดรอยริ้วแสงหรือรอยขนแมวได้นั้นเอง\nไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถมีเวลาในการฉีดน้ำล้างสีรถเต็มระบบทุกวัน \nวิธีที่ปลอดภัยรองลงมาจากการล้างด้วยแชมพู แต่ยังคงได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัยลดโอกาสเกิดรอยขนแมวได้ คือการทำ Waterless Wash (ล้างรถไม่ใช้น้ำ) หรือ Rinseless Wash (ล้างรถแบบไม่ต้องฉีดน้ำ) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ และมีกฎหมายห้ามการล้างรถแบบปกติ รวมไปถึงคนที่อยู่คอนโดมิเนียม ที่มีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงก๊อกน้ำต่อสายยางล้างรถอีกด้วย\nการล้างรถโดยไม่ต้องฉีดน้ำนั้น ทำได้โดยใช้น้ำยาล้างรถชนิด Rinseless Wash ซึ่งมักหาซื้อได้จากร้านขายน้ำยาดูแลรักษารถแบรนด์เนมชั้นนำ โดยส่วนใหญ่จะเป็นน้ำยาสูตรเข้มข้น ที่จะต้องเอามาผสมน้ำ จากนั้นใช้เทใส่ถังน้ำล้างรถ แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ จุ่มน้ำที่ผสมน้ำยานั้น เช็ดทำความสะอาดตัวรถ จากนั้นใช้ผ้าแห้ง ทำความสะอาดคราบน้ำยาออก การล้างลักษณะนี้ จะต้องเตรียมผ้าไมโครไฟเบอร์สะอาดอย่างน้อย 6 ผืน โดย 4-5 ผืนแรก แยกไว้สำหรับจุ่มลงในถังให้ชุ่ม เมื่อใช้เช็ดรถจนผ้าสกปรกทุกส่วนแล้ว ก็เปลี่ยนผืนใหม่ และต้องไม่นำผ้าที่สกปรกจุ่มลงไปในถังน้ำยาอีก ส่วนผ้าแห้งนั้นก็มีไว้เช็ดตามหลังจากที่เราเช็ดน้ำยาบนตัวรถแล้วเพื่อไม่ให้ทิ้งคราบน้ำเอาไว้บนรถ ขั้นตอนเหล่านี้ ให้ทำทีละชิ้นส่วนของตัวรถ เช่น ประตู ฝาหน้า ฝาท้าย วนไปจนครบรอบทั้งคัน\nส่วนการล้างแบบไม่ใช้น้ำหรือ Waterless นั้นก็จะสะดวกขึ้นไปอีก แต่จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยขนแมวมากกว่า โดยปกติน้ำยา Waterless wash มักจะมาในรูปแบบของสเปรย์ ฉีดพรมลงบนผิวรถ จากนั้นให้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด เมื่อผ้าสกปรกเราก็กลับด้านผ้าเช็ดไปเรื่อย ๆ จนครบทั้งคัน ในการล้างลักษณะนี้ อาจจะประยุกต์วิธีของ Rinseless มาประกอบกันได้ เช่นเราอาจใช้น้ำยา Rinseless หรือ Waterless ก็ได้ สเปรย์ด้วยขวดฟอกกี้ลงบนผ้าให้ชุ่มพอประมาณ แล้วพรมลงบนรถด้วย จากนั้นก็ใช้ผ้าที่ชุ่มน้ำยา เช็ดรอบแรก แล้วค่อยใช้ผ้าแห้งเช็ดตาม ก็จะทำให้ได้รับความสะดวกที่ไม่ต้องใช้ถังน้ำในขั้นตอนการทำความสะอาดได้\nส่วนวิธีสุดท้ายที่หลายคนคงมีอยู่ในใจนั้นคือ การใช้ไม้ปัดขนไก่ หรือขนแกะนุ่ม ๆ ปัดฝุ่นออก วิธีนี้ ก็ถือได้ว่าพอที่จะใช้กล้อมแกล้มถูไถไปได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ดีในกรณีที่ฝุ่นจับตัวค่อนข้างหนา หรือรถวิ่งออกถนนไปแล้วมีฝุ่นถนนปนมาด้วย ไม้ปัดอาจจะลากถูฝุ่น หรือเม็ดทรายเล็ก ๆ ไปกับตัวรถทำให้เกิดรอยได้เช่นกัน \n","carwash3.png","",null,"carwash3_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592491]