[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140219050911",2,4,"ทำไม Isuzu ถึงไม่ทำรถเก๋ง และทำไมถึงเคยทำ?","เป็นคำถามที่หลายคนมักจะสงสัยกัน ว่าทำไม Isuzu ถึงไม่ทำรถเก๋ง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือมักจะมีกลุ่มเนิร์ดรถยนต์จำนวนหนึ่งที่จะตอบสวนกลับไปว่า Isuzu ก็เคยทำรถเก๋งนะ เช่น Isuzu Vertex ซึ่งก็คือ Honda Integra SJ หรือ Honda Civic ที่แปลงหน้าตาเล็กน้อยติดตรา Isuzu ขายในช่วงกลางยุค 90\n\nIsuzu Vertex เป็นรถเก๋ง Isuzu รุ่นท้าย ๆ ซึ่งนำรถ Honda มาดัดแปลง แลกกับการที่ Isuzu ส่ง Trooper ไปขายในชื่อ Honda Passport เช่นเดียวกับ Isuzu Aska รุ่นสุดท้ายซึ่งใช้ Honda Accord มาแปลง แต่ถ้าพูดถึงรถเก๋งที่พัฒนาโดย Isuzu เองแล้วนั้น ก็มีเช่นกัน และมีหลากหลายรุ่นย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ยุค 1950 หลังจากที่บริษัทผลิตรถบรรทุกและรถบัสมาเป็นเวลาหลายปี\n\nในปี 1953 Isuzu ได้ซื้อสิทธิ์ในการผลิตรถยนต์อังกฤษรุ่น Hillman Minx เพื่อมาประกอบขายในญี่ปุ่น แข่งกับรถ Austin ที่ผลิตโดย Nissan และรถ Toyota รวมไปถึงรถของ Prince โดยในช่วงเวลานี้ Isuzu ได้ไปซุ่มพัฒนารถเก๋งของตัวเองที่พัฒนาเองทั้งคัน จนในปี 1961 ได้ออกมาขายเป็นรถ Isuzu Bellel ซึ่งทาง Isuzu เองก็ใช้ความชำนาญในด้านรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เสนอตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลให้กับลูกค้า\n\nถัดมาในช่วงยุค 1970 Isuzu ก็ได้ถูกซื้อหุ้น เข้ามาควบคุมกิจการในระดับหนึ่งโดยกลุ่ม General Motors รถเก๋งของ Isuzu ในช่วงยุคดังกล่าวจึงพัฒนาขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจาก GM และยังได้ถูกส่งไปขายในชื่อรถแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ GM อีกหลายค่าย อาทิเช่น Isuzu Gemini ที่ถูกส่งไปขายในชื่อ Buick's Opel by Isuzu (ใช้ชื่อที่น่าสับสนนี้จริง ๆ) และ Holden Gemini\n\nในช่วงที่เกิดความร่วมมือกับ GM นี้เอง ที่ Isuzu ปล่อยรถเก๋งหลากหลายรุ่น ที่มีความสปอร์ตเช่นกัน ต่อเนื่องมาจากรถอย่าง Isuzu 117 Coupe และ Isuzu Bellett GT-R ฟังดูแปลกใช่ไหมละครับ? ในปี 1969 Isuzu ปล่อยรถ Bellett GT-R ที่หมายถึง Racing ตัวถังสีส้มฝากระโปรงดำ เครื่องยนต์แคมคู่ ในยุคเดียวกับ Nissan Skyline GT-R KPGC10 หรือ Hakosuka ออกมาด้วย\n\nIsuzu ได้พัฒนารถเก๋งของตัวเองร่วมกับ GM ต่อมาเรื่อย ๆ ซึ่งในประเทศไทยก็เคยมีการจำหน่ายหลายรุ่น ไม่ว่าจะทั้ง Isuzu Bellel, Isuzu Bellett ในยุค 1960 และ 1970 และ Isuzu Aska ในยุค 1980 แต่ทว่า ในช่วงยุค 1990 ยอดขายของรถเก๋ง Isuzu ก็เริ่มตกต่ำลง และ GM เองก็เริ่มถอนการลงทุนจากบริษัทออกไปในด้านรถเก๋ง แม้ว่าจะยังคงการลงทุนด้านรถกระบะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง\n\nด้วยเหตุนี้ Isuzu ซึ่งยังต้องการที่จะจำหน่ายรถเก๋งที่เสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่อไป จึงต้องร่วมมือกับบริษัทรถอื่นเพื่อแลกรถเก๋งกับรถกระบะและรถ SUV มาขายกัน โดยในปี 1990 Isuzu จับมือกับ Subaru แต่ไม่นานนัก ในปี 1993 Isuzu ก็หันไปจับมือกับ Honda แทน\n\nIsuzu ซึ่งได้เพียงแค่แลกรถกับบริษัทอื่น ๆ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าความร่วมมือที่ฉาบฉวยนี้จะไม่ได้นำพาไปสู่การขายรถเก๋งอีกนาน ในปี 2002 Isuzu Aska คันสุดท้ายก็ถูกจำหน่ายออกไป โดยมันเป็น Honda Accord เวอร์ชั่นญี่ปุ่นตัวถังเล็ก ที่เปลี่ยนตราโลโก้ก็เพียงเท่านั้นเอง\n\nถ้าถามว่า แล้วทำไมรถเก๋ง Isuzu จึงไม่ได้ทำต่อ? แน่นอนครับว่าในยุคที่เอารถรุ่นอื่นมาเปลี่ยนโลโก้ มันไม่ยั่งยืนอยู่แล้ว แต่ยุคที่ Isuzu ทำรถเก๋งของตัวเองร่วมกับ GM ละ? เหตุผลที่ Isuzu เลิกทำนั้น ก็เพราะการบริหารงานแบบ GM ที่เมื่อถึงจุดที่กำไรไม่คุ้มค่าแล้ว ก็จะตัดสินค้านั้นออกไปแทบทันที เช่นเดียวกับที่ GM ตัดการผลิตรถพวงมาลัยขวาออกไปทั่วโลก\n\nนั่นเองเป็นเหตุผลที่ Isuzu ต้องเลิกผลิตรถเก๋งไปในที่สุด ซึ่ง Isuzu เองก็เลือกไม่ได้ครับ บริษัทที่มีขนาดเล็กเช่นนี้ ความร่วมมือกับบริษัทใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ และมันอาจจะต่ออายุให้กับบริษัทมากเกินกว่า 10 ปี จนสามารถครองตลาดรถกระบะในหลากหลายที่ได้แบบในปัจจุบัน\n","isuzucar.png","",null,"isuzucar_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592186]