[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140223249470",2,5,"A-BLS – Active Brake Limited Slip สิ่งที่จะมาแทนเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป ในกระบะสายลุย","เฟืองท้าย หรือในภาษาอังกฤษ Final Drive Gear นั้นคือชุดเฟืองที่ทำหน้าที่กระจายกำลังจากชุดเกียร์ไปยังล้อซ้ายและขวา ชุดเฟืองท้ายในรถสี่ล้อนั้นจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติในการกระจายกำลังไปยังล้อทั้งสองข้าง ในรถที่วิ่งบนทางราบปกติ เฟืองท้ายจะต้องยอมให้ล้อทั้งสองข้างหมุนด้วยความเร็วต่างกันได้ นั้นก็เพราะในขณะที่รถกำลังเลี้ยวโค้ง ระยะทางที่ล้อวงในโค้งเลี้ยวไปจะสั้นกว่าระยะทางที่ล้อวงนอกโค้งเป็นปกติ นั้นหมายถึงเฟืองท้าย จะต้องทำหน้าที่เป็น “Differential Gear” \n\nแม้เฟือง Differential ปกติจะทำหน้าที่คอยกระจายแรงเพื่อให้รถเลี้ยวได้ง่ายขึ้น แต่ทว่า ในสถานการณ์ออฟโร้ดนั้น แตกต่างจากการใช้งานบนถนนพื้นราบปกติ ที่อาจเกิดเหตุการณ์ล้อขับล้อใดล้อหนึ่งติดอยู่ในหล่ม เมื่อล้อติดหล่มนั้นหมายถึงหน้ายางสูญเสียการยึดเกาะกับพื้นถนน ซึ่งโดยธรรมชาติของเฟืองท้าย มันจะพยายามส่งกำลังไปยังล้อฝั่งที่มีแรงต้านการหมุนน้อยกว่า โดยในสถานการณ์ปกตินั้นคือล้อวงนอก (ที่ต้องหมุนเร็วกว่า) แต่ในกรณีติดหล่ม ล้อที่มีแรงต้านการหมุนน้อยกว่าจะเป็นล้อที่ติดอยู่ เมื่อคนขับพยายามเร่งเครื่องเพื่อฉุดรถขึ้นจากหล่ม จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปโดยล้อที่ติดอยู่นั้นก็จะปั่นเอาดินออกจากผิวหน้าไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ล้อที่ยังมีแรงยึดเกาะจะแทบไม่หมุนเลย ทำให้หลุดออกจากหล่มได้ยาก \n\nในรถออฟโร้ด 4x4 เฟืองท้าย LSD (Limited Slip Differential) หรือเฟืองเต็ด จะมาช่วยล็อคการทำงานของล้อซ้ายและขวาที่ใช้ขับเคลื่อน ให้หมุนไปด้วยความเร็วเท่า ๆ กันได้ โดยในสภาวะปกติ เฟืองท้ายชนิดนี้จะยอมให้ล้อทั้งสองข้างหมุนด้วยความเร็วที่ต่างกันได้ แต่เมื่อใดที่ล้อข้างหนึง หมุนเร็วกว่าล้ออีกข้างหนึ่งมาก ๆ (เวลาติดหล่ม) เจ้าเฟืองเต็ดนี้จะคอยช่วยพาเอาเพลาทั้งฝั่งซ้ายและขวาให้หมุนไปพร้อมกัน เพื่อให้แรงขับสามารถกระจายไปยังล้อข้างที่ยังมีแรงยึดเกาะ และพารถขึ้นจากหล่มได้อย่างปลอดภัย\n\nในชุดเฟืองเต็ดนั้น จะมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเฟือง Differential ทั่วไปตรงที่จะมีชุดคลัทช์ สำหรับจับล็อคเพลาข้างที่กำลังหมุนฟรีอยู่ เพื่อให้เฟือง Differential สามารถส่งแรงขับไปยังล้อข้างที่ยังมีแรงยึดเกาะอยู่ได้ ชุดคลัทช์เหล่านี้เป็นชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนและต้องการการหล่อลื่นเป็นพิเศษแตกต่างจากเฟืองท้ายทั่วไป ดังนั้นผู้ที่ใช้รถที่มีระบบเฟืองท้ายเหล่านี้ จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายเกรดเฉพาะสำหรับเฟืองท้ายชนิดนี้ ซึ่งมีราคาที่แพงกว่าน้ำมันเฟืองท้ายเกรดทั่วไป อีกทั้งยังมีต้นทุนในการผลิตที่สูงกว่าเฟืองท้ายปกติอีกด้วย\nเป็นที่มาว่าในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถกระบะ 4x4 รุ่นใหม่ ๆ บางรุ่น เลือกที่จะไม่ติดตั้งเฟืองท้ายชนิด LSD หรือเฟืองเต็ดมาให้แล้ว แต่เริ่มมีการนำเอาระบบ A-BLS (Active Brake Limited Slip) ทดแทนเฟืองเต็ด LSD ดั้งเดิม โดยระบบจะตรวจจับการหมุนของล้อซ้ายและขวาจากเซนเซอร์ ABS ที่ล้อ ซึ่งเมื่อใดที่ล้อทั้งสองข้างมีความต่างของความเร็วมาก ๆ ระบบ จะใช้วงจรเบรกจากตัวควบคุมระบบเบรก ABS เบรกลดความเร็วล้อที่หมุนฟรีติดหล่มอยู่ ทำให้เฟืองท้าย (ที่เป็นเฟืองท้ายทั่วไป) กระจายแรงไปยังล้อข้างที่ยังคงมีแรงยึดเกาะเหลืออยู่ จะเห็นได้ว่าไอเดียในการพารถขึ้นจากหล่ม ยังคงคล้ายกับระบบ LSD ดั้งเดิม คือพยายามบีบล้อข้างที่หมุนฟรี เพื่อทำให้เฟืองท้ายส่งแรงไปหาล้อข้างที่ยังไม่ติดหล่มหมุนต่อได้ \n\nระบบ A-BLS ที่ผู้ผลิตรถยุคใหม่นำมาใช้นี้ เป็นการใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนของระบบช่วยเหลือการขับขี่สมัยใหม่ที่มีอยู่แล้ว อย่างเช่นตัวควบคุมระบบเบรก ABS และเซนเซอร์ ABS ที่ล้อทั้งสี่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดต้นทุนในการผลิตชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ แล้ว ยังทำให้ภาพรวมของระบบเฟืองท้ายเรียบง่ายกว่าเฟืองท้ายแบบ LSD ดั้งเดิม ดูแลรักษาง่าย และมีค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นถูกกว่าระบบ LSD ดั้งเดิม\n","b-brakelimitedslip.png","",null,"b-brakelimitedslip_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136592003]