[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140225746485",2,5,"5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการแข่งขันแรลลี่","การแข่งขันแรลลี่ถือว่าเป็นกีฬา motorsport ที่มีความดิบโหด ผ่านเส้นทางฝุ่ง ทางดิน ทางลูกรัง หรือแม้แต่หิมะ เมื่อย้อนไปยุคปี 1990-2000 ถือว่ามีความรุ่งเรืองและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนก่อให้เกิดตำนานคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Mitsubishi Lancer Evolution และ Subaru Impreza WRX สำหรับ 5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการแข่งขันแรลลี่ ได้แก่\n\n1. จุดเริ่มต้น\nการประลองความเร็วบนทางถนนทั่วไปเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 18 ในขณะที่รถยนต์เริ่มมีวิวฒนาการอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 1970 ทำให้เกิดการแข่งขันแรลลี่อย่างไม่เป็นทางการ จนกระทั่งปี1973 FIA แต่งตั้งการแข่งขันแรลลี่ระดับโลก FIA World Rally Championship หรือที่เรียกติดปากกันว่า WRC โดยในช่วง 1973-1981 จะเป็นการประลองความอึดและถึงของนักขับ ทีมงาน และรถยนต์อย่างแท้จริง ทำให้เกิดตำนานในตอนนั้นอย่าง Alpine A110 และ Lancia Stratos เป็นต้น\n\n2. ประเภทของรุ่นในอดีต\nในช่วงแรกของการแข่งขัน ปี 1973-1981 จะแบ่งเป็น Group 1/2/4 ซึ่งในเวลาต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Group B/A/N ตามลำดับ โดยรถ Group B ถือเป็นยุคทองของวงการแรลลี่ เนื่องจากเป็นการนำสุดยอดรถสปอร์ตที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และไม่มีข้อกำหนดทางด้านตัวเลขสมรรถนะ เช่น Audi Quattro และ Ford RS200 เป็นต้น แต่ก็สิ้นสุดภายในปี 1986 เนื่องด้วยอุบัติเหตุที่คร่านักขับชาวฟินแลนด์อย่าง Henri Toivonen สำหรับ Group A จะเป็นการนำรถรุ่นที่มีการผลิตจำหน่ายโดยทั่วไป มาเสริมพละกำลังและส่วนควบต่างๆ ภายใต้ข้อกำหนดสเป็คตัวรถ ได้แก่ Mitsubishi Evolution และ Subaru Impreza เป็นต้น ในขณะที่ Group N จะมีการดัดแปลงตัวรถจากเวอร์ชั่นทำตลาดทั่วไปน้อยที่สุด \n\n3. ทำไมจึงต้องมีผู้ช่วยคนขับ\nเนื่องด้วยรถแรลลี่ใช้ความเร็วสูงกว่า 160 กม./ชม. ในขณะที่ลัดเลาะไปตามโค้งสุดโหด ผู้ช่วยคนขับ หรือ Co-Drivers จึงมีความสำคัญมากกว่าการดูแผนที่เท่านั้น ทั้งการมีไหวพริบเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทักษะด้านช่างพื้นฐาน และต้องไม่อ่านโน๊ตเส้นทางผิดพลาดแม้แต่อันเดียว !!!\n\n4. สเป็ครถตามมาตรฐาน FIA ในปัจจุบัน\nมีการแบ่งประเภทรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ออกเป็น 3 ประเภทใน WRC 2022 นี้ ได้แก่ Rally 1 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีสมรรถนะสูงสุดจากผู้ผลิตรถยนต์ 3 เจ้า ได้แก่ Ford Puma Rally1 Hyundai i20 N WRC Rally1 และ Toyota GR Yaris WRC Rally1 ที่มาแทนที่ World Rally Car ในปี 2021 สำหรับ Rally2 (หรือ R5 ก่อนปี 2013) ที่มีจำนวนรถมากที่สุดจะใช้พื้นฐานจากรถที่จำหน่ายทั่วไป เช่น Škoda Fabia Rally2 Evo และ Ford Fiesta Rally2 เป็นต้น และสุดท้าย RALLY3 ที่เพิ่มเข้ามาในปี 2021 เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับรถที่ยังคงไว้ซึ่งมิติตัวถังเดิมจากโรงงาน\n\n5. อนาคตของรถแรลลี่\nเนื่องด้วยกระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นไป รถยนต์แรลลี่จะหันมาใช้ขุมพลัง hybrid เช่นเดียวกัน หรือแม้กระทั่งขุมพลังไฟฟ้า 100% โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการร่างข้อกำหนดต่างๆ พร้อมทั้งขยายขนาดของตัวรถ และจำกัดชนิดของยางที่ใช้ในการแข่งขันมากขึ้น\n","rallydriving.png","",null,"rallydriving_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136591923]