[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140226691457",2,4,"ทำไม Nissan ยังไม่หารถรุ่นใหม่มาแทนที่ Nissan Teana เสียที?","ในปี 2003 Nissan ได้เปิดตัวรถยนต์ D-Segment รุ่นใหม่ของค่าย รถรุ่นนี้เป็นรถที่เรียกได้ว่า “All-New” อย่างแท้จริง พื้นฐานใหม่หมด และไม่มีอะไรใช้ร่วมกับรถรุ่นก่อนหน้าเลย รถรุ่นนั้นคือ Nissan Teana ตัวตายตัวแทนของ Nissan Cefiro\n\nในขณะนั้น Nissan Cefiro ได้ทำตลาดในประเทศไทยมา 3 เจเนอเรชั่น และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ Nameplate นี้ยังคงถูกใช้อยู่ แต่เมื่อมาถึงรุ่น “A33” มันก็เริ่มตามคู่แข่งอย่าง Toyota Camry หรือ Honda Accord ไม่ทัน ในเรื่องความหรูหราภูมิฐานมันอาจจะเหนือกว่าคู่แข่ง แต่มันก็แอบมีกลิ่นอายของความเป็นรถ “คนแก่” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้\n\nซึ่งนั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่ Nissan สร้างขึ้นกับตัวเอง Nissan Cefiro A31 และ A32 สองรุ่นก่อนหน้านั้น มีความสปอร์ตปราดเปรียว รุ่น A31 เป็นตำนานของบริษัทที่สร้างชื่อชั้นแม้แต่ทุกวันนี้ผู้คนก็ยังจำได้ แต่พอเป็นรุ่น A32 เข็มทิศก็ถูกเบนเปลี่ยน ให้ Cefiro กลายเป็นรถที่เอาใจคนสูงวัยมากขึ้นไปเสียอย่างนั้น แม้ว่าในต่างประเทศ ที่ซึ่งมันถูกทำตลาดในชื่อ Nissan Maxima จะถูกโปรโมทว่าเป็น “4-Door Sports Car” ก็ตาม\n\nถึงกระนั้น ถ้าเรามองกลับไปด้วยมุมมองในปัจจุบัน ที่รู้ถึงอนาคตที่ครั้ง Nissan เปิดตัวรถเหล่านี้ไม่อาจจะทราบได้ บางทีนั่นมันก็เป็นแนวคิดที่ไม่ได้ผิดนัก Cefiro A31 อาจจะเป็นรถที่ผู้คนชื่นชอบ แต่พื้นที่ภายในมันคับแคบ มันเปลืองน้ำมัน และในการใช้งานประจำวันมันอาจจะเท่ แต่มันไม่ได้ตอบโจทย์ผู้คนที่มีเงินซื้อรถประเภทนี้อย่างแท้จริง\n\nNissan Teana J31 และ J32 ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นรถวัยรุ่น และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่อะไร เพราะมันตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีฐานะ ที่ต้องการรถคุณภาพดี ทั้งในด้านการขับขี่ ความนุ่มสบาย ประโยชน์ใช้สอย ฯลฯ และ Nissan ตีโจทย์นี้แตกเสียจน Teana J32 เป็นรถยนต์ D-Segment ที่ผู้มีอันจะกินหลายคนยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่ารถรุ่นแรกเมื่อครั้งเปิดตัวในปี 2008 จะมีอายุกว่า 14 ปีเข้าไปแล้ว และรถที่ใหม่ที่สุดก็เกือบจะเกิน 10 ปีแล้ว\n\nปัญหาคือ เมื่อ Nissan เปิดตัว Teana L33 ตัวตายตัวแทนของ J32 แนวคิดของรถพลิกกลับไปอีกครั้งหนึ่ง ลายเส้นดีไซน์ของตัวรถมีความสปอร์ตเกินไป และมันถูกวางพื้นฐานจาก Nissan Altima ที่ถ้าหากเราย้อนเส้นสายกลับไปดี ๆ มันคือ Nissan Bluebird หรือรถที่ลำดับศักดิ์ต่ำกว่า Nissan Cefiro ดั้งเดิมอยู่ 1 ระดับ!\n\nนั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื่องจากลูกค้าเดิมของ Teana J32 ที่ชื่นชอบความภูมิฐาน ย่อมไม่ถูกใจกับ Teana L33 ไม่ว่ารถจะมีช่วงล่างที่ดีแค่ไหน เครื่องยนต์ประสิทธิภาพดีเพียงใด แต่สำหรับการตอบโจทย์นั้นถือว่า Nissan ทำพลาด\n\nยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเกิดความผิดพลาด สิ่งที่ควรจะทำคือการแก้ไข แต่ Nissan แก้ไขความผิดพลาดของ Teana L33 ด้วยการยกเลิกการทำตลาดรถยนต์ D-Segment ราคาระดับ 1.5 ล้าน ไปเสียอย่างนั้น โดยที่ไม่มีรถอื่นใดมาแทนที่ แม้แต่ Nissan X-Trail อันเป็นรถเซกเมนท์ SUV ที่กำลังเป็นกระแส ก็หายไปจากตลาดเช่นกัน\n\nเราสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า Nissan กำลังทำอะไรอยู่? แบรนด์รถยนต์ Nissan เคยมีรถรุ่นที่หลายคนรู้จักในเซกเมนท์ระดับ 1 ถึง 1.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นเซกเมนท์ที่สร้างความภูมิฐาน รถรุ่นอื่น ๆ เช่น Toyota Camry หรือ Honda Accord รวมไปถึง Honda CR-V แม้ว่ายอดขายจะทำได้เพียงแค่ “ไปเรื่อย ๆ” แต่มันเป็นรถที่สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ทั้งหมดได้เป็นอย่างดี Nissan เคยมีรถเหล่านี้อยู่ แล้วในปัจจุบันละครับ? Nissan Terra ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ผู้คนอาจลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่ายังมีรถรุ่นนี้อยู่ และรถ PPV สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ไม่ได้เหมือนกับรถ SUV หรือรถเก๋ง D-Segment\n\nจะรอให้แบรนด์เหลือไว้แต่ Eco-Car หรือครับ? หรือบางที Nissan ก็อาจจะกำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ที่จะมาตีตลาด เสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ ความหรูหรามันล้าสมัยไปแล้วเช่นกัน เอาเทคโนโลยีมาเข้าสู้ดีกว่า? จนกว่าจะมีรถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้เราสัมผัสได้จริง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับที่หลายคนจะเคลือบแคลงในตัวแบรนด์อยู่ทุกวันนี้\n","teana.png","",null,"teana_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136591901]