[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140235517185",2,5,"รู้จักห้องเครื่องรถยนต์และการตรวจเช็คเบื้องต้น","เมื่อเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมา ก็จะพบกับบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ รายล้อมเครื่องยนต์อยู่กระจายทั่วห้องเครื่อง สิ่งแรกที่ต้องระลึกไว้เสมอ คือการอ่านคู่มือประจำรถในส่วนการบำรุงรักษาเบื้องต้น ก่อนที่จะลงมือแตะต้องหรือเติมของเหลวใดๆ เพื่อป้องกันความเสียหายและอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้\n\nในส่วนของเหลวชนิดต่างๆ ที่ต้องหมั่นตรวจสอบและเปลี่ยนถ่ายตามระยะการใช้งานที่คู่มือแนะนำ ได้แก่ \n\n1. น้ำมันเครื่อง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยก้านวัดระดับหรือบางรุ่นอาจใช้เซนเซอร์บอกระดับที่หน้าปัดแทน โดยควรวัดหลังจากดับเครื่องประมาณ 10 นาที และให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากและไม่น้อยเกินไป \n2. น้ำมันเกียร์ในรถบางรุ่นอาจมีก้านวัดซึ่งจะแบ่งการวัดในขณะที่เครื่องร้อนและเครื่องเย็น หรือบางรุ่นอาจไม่มีก้านวัดเลย ต้องใช้เครื่องมืออื่นวัดแทนจากศูนย์บริการ\n3. น้ำมันเบรก ที่บรรจุอยู่ในกระปุกและมีสัญลักษณ์ระบบเบรกอยู่ที่ฝาปิด ต้องไม่มีความขุ่นและมีระดับน้ำมันที่เหมาะสม \n4. น้ำมันเพาเวอร์ ที่ยังคงมีใช้ในรถรุ่นเก่าๆ อยู่บ้าง เนื่องจากรุ่นใหม่ได้หันไปใช้แร็คเพาเวอร์แบบไฟฟ้าแทน \n5. น้ำยาหล่อเย็น ซึ่งมีความสำคัญกับรถทุกชนิด ต้องใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพื่อเป็นการรักษาสภาพของระบบให้ทำงานเป็นปกติ ที่สำคัญห้ามพร่องเป็นอันขาด\n6. น้ำฉีดกระจก ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในจำพวกน้ำมัน แต่ก็มีความสำคัญและไม่ควรปล่อยให้พร่องเมื่อต้องการใช้งาน\n\nที่สำคัญไม่แพ้ของเหลวก็คือแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่มีไฟอ่อน ให้เช็คว่าต้องเติมน้ำกลั่นหรือไม่ หรือหากเป็นแบบปิด ต้องหมั่นเช็คสถานะไฟในแบตจากตาแมวที่อยู่ด้านบนแบตเตอรี่ เท่านี้คุณก็จะลดความเสี่ยงจากปัญหารถสตาร์ทไม่ติดได้\n\nกรองอากาศเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ต้องได้รับการตรวจสอบสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในสภาพอากาศเช่นประเทศไทยที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง ไปจนถึง PM 2.5 เพื่อไม่ให้การไหลเวียนอากาศถูกจำกัด เป็นอีกสาเหตุของการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ\n\nลูกรอกและสายพานหน้าเครื่อง เมื่อรถถูกใช้งานไปจนถึงระยะหลายหมื่นกิโลเมตร หรือเข้าใกล้หลักแสนกิโลเมตร อาจเกิดเสียงที่มาจากด้านหน้าเครื่อง ให้คอยตรวจสอบกับทางศูนย์บริการและเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงของสายพานขาดกลางอากาศได้\n\nนอกจากนี้ยังมีส่วนควบอื่นๆ ได้แก่ ท่อยางหม้อน้ำ ท่ออากาศ สายไฟต่างๆ ในห้องเครื่อง ซึ่งอาจเสื่อมสภาพตามการใช้งานและจากความร้อนสะสมในห้องเครื่อง รวมไปถึงสัตว์เล็กที่ชอบเข้าไปป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องเครื่อง ดังนั้นต้องไม่ละเลยที่จะหมั่นเปิดฝากระโปรงตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดตามที่กล่าวมาข้างต้น\n","enginebae.png","",null,"enginebae_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136591609]