[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140236117706",2,6,"รถยนต์ไฟฟ้า EV ก็ยังต้องมีระบบหล่อเย็นอยู่นะ!","หนึ่งในข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าที่หลายคนมักจะพูดถึง คือความไม่ซับซ้อนของระบบขับเคลื่อน มีเพียงแต่มอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้กระแสจากแบตเตอรี่ ก็หมุนล้อขับเคลื่อนรถยนต์ได้แล้ว\n\nในความเป็นจริง รถยนต์ EV นั้นมีความซับซ้อนไม่ต่างอะไรจากรถเครื่องยนต์สันดาปเลย รถ EV ต้องมีระบบอินเวอร์เตอร์สำหรับการควบคุมกระแสไฟเข้าออกแบตเตอรี่ และนอกเหนือไปจากนั้น หลายคนก็อาจจะลืมไปว่า รถยนต์ EV ยังคงต้องมีระบบหล่อเย็นอยู่ด้วย!\n\nรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอาจจะมีของเหลว 3 หรือ 4 อย่างที่คอยต้องดูแลสม่ำเสมอ แต่รถยนต์ EV มีเพียงแค่ของเหลวอย่างเดียวที่ต้องดูแล และสำหรับรถ EV ประสิทธิภาพสูงบางรุ่นเท่านั้น คือ น้ำยาหล่อเย็น แต่ว่าทำไมรถยนต์ EV จึงต้องมีระบบหล่อเย็นกันนะ?\n\nคำตอบก็คือ ในระบบของรถยนต์ EV ไม่ว่าจะการขับเคลื่อนของแบตเตอรี่ที่ใช้การส่งกระแสไฟเข้าสู่สนามแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการควบคุมกระแสไฟด้วยอินเวอร์เตอร์นั้น ก่อให้เกิดความร้อนเป็นอย่างมาก และรถยนต์ EV ที่ไม่มีระบบหล่อเย็นแบบน้ำ ก็ต้องมี Heat Sink หรือระบบหล่อเย็นด้วยอากาศติดตั้งมาด้วย\n\nนอกจากนี้ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานของระบบแบตเตอรี่ จึงต้องมีการควบคุมทั้งความร้อน และความเย็น จึงต้องมีทั้งระบบหล่อเย็น และระบบทำความร้อนสำหรับแบตเตอรี่เพื่อให้ใช้งานได้ในสภาวะทั้งความร้อนและเย็นจัดอีกด้วย\n\nรถยนต์ EV ถ้าหากฟังหลักการพื้นฐานแล้ว จะเหมือนไม่มีความซับซ้อนและไม่ต้องมีอะไรมาก แต่ในความเป็นจริง รถยนต์ EV ที่ทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพและทนทาน ต้องผ่านการทดสอบและวางระบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน และนั่นทำให้รถ EV บางรุ่น บางยี่ห้อที่มีราคาแพง ก็มีประสิทธิภาพจากการวัดอัตราการใช้พลังงานที่ดีกว่ายี่ห้ออื่น ๆ แม้ว่าค่าไฟจะถูกกว่าจนคนทั่วไปไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ แต่รถ EV ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ก็จะช่วยลดการใช้พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ตามเจตจำนงของการใช้รถ EV ที่หลายคนตั้งเอาไว้\n","evcooling.png","",null,"evcooling_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136591564]