[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220712140238227448",2,5,"รถสตาร์ทไม่ติด เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง","รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนจากการเผาไหม้ ซึ่งจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. น้ำมันเชื้อเพลิง 2. อากาศ 3. ความร้อน หากขาดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีปริมาณที่ไม่เพียงพอ การเผาไหม้ก็จะไม่เกิดขึ้น ทำให้รถไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ติดขึ้นมาได้ นอกจากนี้ทั้งหมดยังถูกควบคุมด้วยกระแสไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง\n\nเมื่อเราพิจารณาไล่ไปทีละส่วน สำหรับในส่วนแรกอย่างน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มจากภายในถังน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีปั๊มเพื่อดูดน้ำมันส่งไปตามท่อเพื่อส่งไปยังรางหัวฉีด โดยจะถูกสร้างแรงดันให้เหมาะสมจาก Regulator ดังนั้นทั้งปั๊มเชื้อเพลิงหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ปั๊มติ๊ก และ Regulator ก็อาจจะเป็นสาเหตุเบื้องต้น ในขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงไม่ถูกจ่ายมาที่ห้องเผาไหม้ \n\nนอกจากนี้หัวฉีดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำมันไม่ถูกฉีดออกมาเป็นละอองฝอย เพราะข้างในหัวฉีดจะมีกรองเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่เครื่องยนต์ และเจ้ากรองนี้ก็อาจตันได้เช่นกัน\n\nสิ่งสำคัญต่อมาก็คือ อากาศ เครื่องยนต์อาศัยปริมาณและแรงดันอากาศที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ ดังนั้นหากมีจุดที่รั่วของอากาศในระบบ เช่นวาล์วหรือท่อลมต่างๆ ก็อาจทำให้เครื่องยนต์เดินสะดุดหรือสตาร์ทติดยากได้ หรือแม้แต่กรองอากาศที่สกปรกจนขัดขวางการไหลของอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุแต่พบเจอได้น้อย\n\nในส่วนของความร้อนหากเป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องได้รับประกายไฟเพื่อจุดระเบิดให้เกิดการเผาไหม้จากหัวเทียน ในทีนี้ก็จะมีคอยล์ทำหน้าที่สร้างไฟฟ้าแรงดันสูงผ่านสายหัวเทียน และอาจเกิดข้อบกพร่องได้จากระบบจุดระเบิดนี้ได้เช่นกัน\n\nสำหรับระบบไฟฟ้าที่หล่อเลี้ยงการทำงานทั้งหมดนี้จะเริ่มจาก แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ที่เป็น 1 ใน สาเหตุหลักของการที่เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด จากนั้นก็จะมีมอเตอร์สตาร์ทที่ต่อเข้ากับ flywheel เพื่อไปหมุนให้เครื่องยนต์ทำงาน\nและยังไม่นับรวบบรรดาเซนเซอร์ต่างๆ ที่ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นตามยุคสมัยของรถ ตั้งแต่เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ เซนเซอร์วัดแรงดัน เซนเซอร์ที่ควบคุมการทำงานของระบบส่งกำลัง รวมไปถึงกล่องควบคุมจำนวนมากมาย เช่น Engine Control Unit (ECU) และ Body Control Unit (BCU) ที่อาจจะเกิดการเข้า Safe mode เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานและเกิดความเสียหายได้ หากตรวจพบความผิดปกติของพารามิเตอร์ต่างๆ จากเซนเซอร์เหล่านั้น\n\nทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็พอจะสรุปได้ว่าการที่เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติดนั้น สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จากหลายระบบย่อยของตัวรถ ทั้งนี้ การตรวจสอบที่ละเอียดและแม่นยำที่สุดคือการใช้เครื่องอ่านความผิดปกติของรถยนต์หรือ Diagnostics แต่หากท่านอยู่ในภาวะคับขัน ให้โทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว\n","nostart.png","",null,"nostart_i.png",[],"12 กรกฎาคม 2565",1777136591497]