[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220803124428650373",2,5,"ระบบเตือนลมยาง TPMS รถยนต์ทำงานอย่างไร","ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tyre Pressure Monitoring System (TPMS) เป็นออฟชั่นที่เริ่มคุ้นหูสำหรับหลายๆ คนในสมัยนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มรถหรูที่ติดตั้งยาง Run Flat Tyre (RFT) ก็จะต้องติดตั้งระบบนี้มาพร้อมกันด้วย หรือแม้กระทั่งรถราคาระดับราวหนึ่งล้านบาทก็เริ่มมีติดตั้งระบบ TPMS มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานกันแล้วเช่น Toyota CH-R, MG EP, และ Nissan Terra, และ Mercedes-Benz กับ BMW แทบทุกรุ่น เป็นต้น \nแล้วระบบ TPMS มันทำงานอย่างไรหละ? ในบทความนี้ผมจะมาอธิบายถึงหลักการทำงานของระบบ TPMS ที่มักจะติดตั้งในรถยนต์มาจากโรงงานกันครับ\n\nก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่าระบบ TPMS ที่นิยมติดตั้งในรถยนต์มีสองแบบด้วยกันคือ แบบ Indirect TPMS และ แบบ Direct TPMS ซึ่งมีหลักการทำงานและแสดงผลที่แตกต่างกัน\n\nIndirect TPMS จะเป็นระบบเตือนที่ไม่แสดงค่าแรงดันลมยางเป็นตัวเลขให้เห็น ระบบแบบนี้จะทำงานโดนใช้เซนเซอร์ของระบบเบรค ABS วัดความเร็วที่ล้อแต่ละล้อเปรียบเทียบกัน ถ้าหากล้อในล้อหนึ่งเกิดอาการยางรั่วขึ้นมา ขณะวิ่งแก้มยางจะเริ่มยุบตัวส่งผลให้เส้นผ่านศูนย์กลางของล้อนั้นมีขนาดเล็กลงทำให้ความเร็วของล้อนั้นที่อ่านได้สูงขึ้นกว่าล้ออื่น  จากนั้นระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ขับขี่  แต่ทว่าถ้าหารถคันนั้นใส่ยาง Runflat อาจจะมองไม่ออกเพราะว่าเมื่อลมยางออกหมด ยางชนิดนี้จะยุปตัวน้อยมากซึ่งอาจะมองไม่ออกด้วยตาเปล่า ดังนั้นอาจจะต้องทำการวัดแรงดันลมยางแต่ละล้อด้วยตัวเองเพื่อหาล้อที่มีปัญหา  ข้อดีของ Indirect TPMS การไม่ติดตั้งเซนเซอร์วัดลมยางในแต่ละล้อทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการดูและรักษา ส่วนข้อเสียก็คือเราไม่สามารถอ่านค่าแรงดันลมยางจากระบบได้ และถ้าหากยางรั่วพร้อมกันทั้งสี่ล้อ หรือผู้ขับขี่ไม่หมั่นดูแลลมยาง ถ้าเกิดเหตุยางแบนพร้อมกันทั้งสี่ล้อระบบอาจจะไม่เตือน เพราะว่าความเร็วของล้อทั้งสี่ยังคงเท่ากันนั่นเอง\n\nDirect TPMS ระบบนี้เริ่มถูกนำมาเป็นจุดขายของรถหลายรุ่น เนื่องจากระบบสามารถแสดงค่าแรงดันลมยางของแต่ละล้อพร้อมทั้งอุณหภูมิภายในยางแต่ละเส้นได้ตลาดเวลา และเมื่อเกิดยางรั่วเราจะทราบทันทีว่าล้อไหนมีปัญหา  โดยระบบนี้จะมีชิ้นส่วนสำคัญอยู่สองส่วนคือชุดกล่องรับสัญญาณซึ่งติดตั้งภายในรถ และชุดเซนเซอร์วัดแรงดันซึ่งติดตั้งอยู่ภายในล้อด้านหลังของฐานวาล์วในแต่ละล้อ ชุดเซนเซอร์จะส่งสัญญาณวิทยุไปยังกล่องรับสัญญาณภายในรถเพื่อส่งค่าแรงดันลมยางและอุณหภูมิของแต่ละล้อตลอดเวลาขณะที่รถวิ่ง  ข้อดีของระบบนี้คือผู้ใช้รถสามารถอ่านค่าแรงดันลมยางตลอดเวลา และทราบทันทีว่าล้อไหนเกิดปัญหาแรงดันลมยางพร่อง  แต่ข้อเสียของระบบนี้ก็คือการดูแลรักษาชุดเซนเซอร์นั่นเอง  เพราะชุดเซนเซอร์ภายในล้อนั้นมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กซึ่งผู้ผลิตอาจการรันตีว่าใช้งานได้ราว 5-10 ปีโดนที่แบตเตอรี่ยังมีพลังงานเหลือ  อีกทั้งเมื่อเราจะต้องเปลี่ยนยาง เราควรจะต้องเลือกร้านยางที่ค่อนข้างมืออาชีพและควรที่จะบอกกับทางร้านว่าในล้อรถมีเซนเซอร์ TPMS ติดตั้งอยู่ มิเช่นนั้นหากถอดหรือใส่ยางอย่างไม่ระวัง ชุดเซนเซอร์อาจะแตกเสียหาย และต้องเสียเงินเสียเวลาเข้าศูนย์บริการเพื่อทำงานเปลี่ยนชุดเซนเซอร์นี้พร้อมทั้งลงโปรแกรมใหม่อีกด้วย\n\nจะเห็นได้ว่าระบบ TPMS ที่มีใช้อยู่ในทุกวันนี้มีสองแบบเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดีผู้ขับขี่เองก็ควรมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางของรถตัวเองอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยครับ\n","kw-tpms.png","",null,"kw-tpms_i.png",[],"3 สิงหาคม 2565",1777136591288]