[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220809154618297435",2,5,"น้ำมันเบรก สิ่งที่หลายคนมองข้าม ทำไมต้องเปลี่ยนถ่ายทุก 2 ปี หรือหลังวิ่งผ่านน้ำท่วม?","ระบบเบรกของรถยนต์ในปัจจุบันนั้น ใช้ระบบ Hydraulic การกดแป้นเบรกจะดันน้ำมันในท่อไปกดผ้าเบรกให้จับกับจานเบรก ในระบบเบรกเช่นนี้ น้ำมันเบรกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คู่มือรถมักจะระบุไว้ว่า ต้องถ่ายน้ำมันเบรกทุก 2 ปี และคนทั่วไปมักจะแนะนำว่า หลังจากฤดูฝน หรือวิ่งลุยน้ำ ควรจะถ่ายน้ำมันเบรกด้วยการไล่ที่จุกถ่ายตรงตัวเบรก ไม่ใช่ดูดออกจากกระปุกด้านบนเฉย ๆ\n\nสาเหตุก็เพราะว่า แม้ระบบเบรกจะเป็นระบบแบบปิด แต่ความชื้นนั้นสามารถที่จะเล็ดลอดเข้ามาได้โดยง่าย ไม่มีระบบปิดใดที่สามารถซีลระบบได้เต็มที่ 100% ระยะเวลา 2 ปีนั้นคือระยะเวลาปกติที่ความชื้นจะเข้ามาสะสม ส่วนรถที่ลุยน้ำท่วมมา ความชื้นก็จะมากกว่าปกติ\n\nเมื่อความชื้นสะสมในน้ำมันเบรก น้ำเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะอัดแน่นได้ แป้นเบรกจึงรู้สึกนิ่ม ไม่มั่นใจ เพราะแรงที่กดจากแป้น ผ่านยังตัวเสริมแรงเบรก ไม่สามารถส่งต่อไปถึงปั้มเบรกที่ล้อได้ และเมื่อความร้อนสะสมในระบบมากขึ้น อาการนี้ก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก\n\nนอกจากนั้น ความชื้นในระบบนี้ยังจะกัดชิ้นส่วนโลหะต่าง ๆ ในระบบเบรกให้เป็นสนิม หรือชิ้นส่วนอลูมิเนียมให้ผุกร่อน และเมื่อน้ำมันเบรกผสมกับความชื้น ก็จะมีค่าเป็นกรดเพิ่มขึ้น กัดกินชิ้นส่วนยางไปด้วย และเมื่อชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกกัดกินจนรั่ว ระบบที่รั่วก็จะไม่สามารถสร้างแรงดัน ทำให้รถเบรกไม่อยู่เช่นกัน\n\nรถหลายคนบนท้องถนน เราไม่อาจทราบได้เลยว่าเปลี่ยนน้ำมันเบรกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่เรามั่นใจแน่นอนว่ามีรถอายุเกิน 20 ปี บางคัน ที่ไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเบรกแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่ออกรถมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และการที่ระบบเบรกยังไม่มีปัญหาก็เป็นปาฏิหาริย์ แต่สำหรับรถของเราเอง ถ้าเราหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเบรกอยู่เสมอ ระบบเบรกก็จะมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว และความรู้สึกของแป้นเบรก ก็จะดีในแบบที่มันควรจะเป็นครับ\n\n","brakefluid.png","",null,"brakefluid_i.png",[],"9 สิงหาคม 2565",1777136591161]