[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220816093649080376",2,5,"รู้หรือไม่ ทำไมน้ำมันเบนซินต้องไร้สารตะกั่ว?","ดูเหมือนจะเป็นคำที่ล้าสมัยไปแล้วสำหรับผู้ใช้รถในปัจจุบัน ถึงกระนั้น คำว่าน้ำมันไร้สารตะกั่ว หรือ Unleaded Gasoline ก็ยังคงถูกใช้เรียกน้ำมันเบนซิน 95 ในวงการน้ำมันอยู่ แต่ท่านเคยสงสัยไหมละว่า ทำไมน้ำมันต้องไร้สารตะกั่ว? แล้วอย่างนี้น้ำมันธรรมดามีตะกั่วอยู่หรือ?\n\nเราจะตอบย้อนกลับนะครับ สิ่งแรกที่เราจะบอกเลยคือ คำนิยามว่า น้ำมันไร้สารตะกั่วเป็นคำที่อาจจะผิดในหลักการไปเสียนิดนึง เพราะน้ำมันเบนซินโดยปกติแล้วนั้นไม่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ ในทางกลับกัน สารตะกั่วเป็นสารที่บริษัทน้ำมันเคยใส่มาไว้ในน้ำมันเบนซิน จนกระทั่งการเลิกใช้ในประเทศไทยเมื่อปี 2000\n\nแล้วทำไมจึงต้องเติมแต่งสารตะกั่วเข้าไปละ? ทางเราเคยได้พูดถึงค่า Octane ของน้ำมัน และผลที่มีต่อเครื่องยนต์ไปแล้ว โดยสรุปคือ เครื่องยนต์ประสิทธิภาพที่สูงจะต้องมีอัตราส่วนกำลังอัดที่สูง หรืออธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ จังหวะ “อัด” ของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ จะอัดแน่นมากหรือน้อยแค่ไหน ถ้าหากมาก ก็จะสร้างแรงในจังหวะ “ระเบิด” ได้มากกว่า ปัญหาคือ เมื่อมีการอัดส่วนผสมของน้ำมันและอากาศมาก ก็จะเกิดความร้อนสะสม จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า “การชิงจุดระเบิด”\n\nน้ำมันเบนซินที่มีการจำหน่ายอยู่นั้น มีค่าที่เรียกว่า Octane Rating ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดความสามารถในการลดการชิงจุดระเบิด ยิ่งมากก็ยิ่งดี นั่นคือตัวเลข 91 หรือ 95 ที่เราเห็นตามปั้มน้ำมัน\n\nสารบางอย่างนั้นมีค่า Octane ที่มากกว่าน้ำมันเบนซินปกติ เช่น เอทานอล หรือตะกั่วนี่เอง เมื่อมีการผสมสารดังกล่าวลงไป ค่า Octane ก็จะสูงขึ้น ความสามารถในการลดการชิงจุดระเบิดก็จะมากขึ้น เครื่องยนต์มีกำลังอัดสูงขึ้น ประสิทธิภาพก็จะมากขึ้นตามไป\n\nตะกั่วนี้เป็นสารที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ยุค 1920 ในการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นี่เอง แม้ว่าจะมีการทดสอบพบว่าเอทานอลก็มีผลดีเช่นกัน แต่ว่าเอทานอลมีราคาแพง และต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกซึ่งสามารถนำไปสร้างพื้นที่ปลูกพิชอาหารได้ ถ้าจะนำมาเติมรถยนต์ก็ไม่น่าทำเสียเท่าไหร่ แต่ตะกั่วมีราคาถูกกว่า และมีประสิทธิภาพในการลดอัตราการชิงจุดระเบิดที่ดีกว่า\n\nถึงกระนั้น ทุกท่านก็คงทราบดีว่าสารตะกั่วนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ ส่งผลต่อร่างกายและสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความฉลาดทางอารมณ์ มีงานวิจัยที่ว่าผู้คนในยุคที่น้ำมันเติมสารตะกั่ว จะโมโหง่ายกว่าคนที่อยู่ในยุคที่ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว\n\nด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทั่วโลกจึงได้ริเริ่มที่จะลดการใช้น้ำมันที่เติมแต่งสารตะกั่ว และใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วแทน ตั้งแต่ยุค 1970 ในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ ตามมา\n\nเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ สำหรับรถยนต์เก่าที่ถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันที่เติมสารตะกั่วเข้าไปด้วย เราต้องมาวิเคราะห์ว่า รถรุ่นนั้น ๆ ใช้ฝาสูบที่เป็นอลูมิเนียมหรือไม่ ถ้าหากเป็นอยู่แล้ว รถรุ่นนั้นก็สามารถใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วได้เลยในทันที แต่ถ้าหากเป็นฝาสูบเหล็ก จะต้องมีการเปลี่ยนซีลของวาล์วไอดี เนื่องจากตะกั่วมีคุณสมบัติในการหล่อลื่นและป้องกันชิ้นส่วนนี้ แต่ถ้าหากเป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันไร้สารอยู่แล้ว ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด\n","ulg.png","",null,"ulg_i.png",[],"16 สิงหาคม 2565",1777136591093]