[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220816093650135908",2,5,"วิชาคณิตศาสตร์! วิธีคำนวณหาขนาดของวงล้อเพื่อเปลี่ยนยางให้ถูกต้อง","เราเชื่อว่า คนที่เคยมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดของยางติดรถ ต้องเคยปวดหัวกับการเลือกขนาดมาแล้ว เพราะว่าขนาดของยางมาตรฐานนี้มีความซับซ้อนและเข้าใจได้ยากเสียเหลือเกิน เราอาจจะคุ้นเคยกับตัวเลขเช่น 215/45/17 หรือ 215/55/17 แต่ทราบหรือไม่ว่าตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไร?\n\nตัวเลขเซ็ตแรกนั้น กล่าวถึงความกว้างของหน้ายางในหน่วยมิลลิเมตร และตัวเลขเซ็ตหลังสุด กล่าวถึงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวงล้อในหน่วยนิ้ว และตัวเลขเซ็ตตรงกลางนั้น กล่าวถึงขนาดความหนาของแก้มยางโดยเป็นหน่วยเปอร์เซ็นของความกว้าง\n\nไม่น่าแปลกใจเลยที่ขนาดของยางจะเป็นเรื่องที่น่าสับสน แค่การบอกไซส์ยางนี้ ก็มีหน่วยที่แตกต่างกัน 3 หน่วยแล้ว! แต่ขนาดของยางนี้กลับเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการเลือกเปลี่ยนไซส์ยาง\n\nรถเก่า หรือใหม่บางรุ่น มียางที่ขนาดหายากเพราะไม่ค่อยมีใครใช้ เช่น Suzuki Carry 165/80/13 หรือ Mazda 2 ล้อ 16 นิ้วที่ใช้ยางขนาด 185/60/16 ทางออกก็คือต้องหายางที่ขนาดใกล้เคียง หรือเท่าเดิมที่มันหาง่ายกว่ามาใส่ยังไงละ\n\nแล้ววิธีการคำนวณละ? ไม่ยากครับ มันคือคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน สิ่งเดียวที่มีความสำคัญนอกเหนือจากความกว้างของยางที่บอกอยู่ในตัวเลขเซ็ตแรกแล้ว คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวงล้อ ที่ควรจะใกล้เคียงเดิมมากที่สุด หรือต้องเท่าเดิมให้ได้ ซึ่งนั่นจะเป็นค่าที่เราจะหากันในวันนี้\n\nโดยสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ เปลี่ยนค่าของวงล้อจากนิ้วให้เป็นมิลลิเมตร ซึ่งทำได้ง่ายมาก เพราะ 1 นิ้ว เท่ากับ 25.4 มิลลิเมตร เราก็แค่นำขนาดล้อ โดยเราจะให้ตัวอย่างที่ 18 นิ้ว ไปคูณ 25.4 ได้ออกมาเป็น 457.2 มิลลิเมตร\n\nหลังจากนี้ เราก็ต้องคำนวณหาความหนาของแก้มยาง ซึ่งต้องใช้ตัวเลขเซ็ตแรกและเซ็ตที่สอง ตัวอย่างเช่น ยาง 215 มิลลิเมตร ที่แก้มยางความหนา 40% ก็คือ 86 มิลลิเมตร แต่เนื่องจากเรากำลังหาเส้นผ่านศูนย์กลาง จึงต้องผ่านแก้มยาง 2 ครั้ง เราก็ต้องนำ 86 ไปคูณ 2 อีกครั้งหนึ่ง ได้ออกมาเป็น 172 มิลลิเมตร\n\nเมื่อเสร็จสิ้น เราก็แค่นำเอา 457.2 มารวมกับ 172 ได้ออกมาเป็น 629.2 หรือจะปัดขึ้นเป็น 630 หรือปัดลงเป็น 629 ก็ได้ ความแตกต่าง 1 มิลลิเมตรจะไม่ส่งผลต่อการขับขี่ครับ แต่ถ้าหากต่างกันเป็นระดับ 10 มิลลิเมตรขึ้นไปนี่จะส่งผลแน่นอน ไม่ว่าจะทั้งเลขไมล์ที่เพี้ยน รวมไปถึงความสูงของตัวรถที่เปลี่ยนแปลงไป\n\nสรุปส่งท้ายกันอีกที วิธีการคำนวณหาเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อรถด้วยขนาดยางนั้น ทำได้ง่ายมาก แค่แปลงขนาดวงล้อจากนิ้วเป็นมิลลิเมตร และคำนวณหาความหนาของแก้มยางซึ่งเป็นเปอร์เซ็นของความกว้างหน้ายาง ก่อนที่จะนำทั้งหมดมารวมกันโดยต้องไม่ลืมว่าเส้นผ่านศูนย์กลางผ่านแก้มยาง 2 ครั้ง\n\nลองคำนวณกันอีกรอบนะครับ สมมติ 195/65/15 15*25.4=381 และ ((195*65)/100)*2=253.5 ก่อนที่จะนำ 381+253.5 ผลสรุปออกมาคือ 634.5 มิลลิเมตร \n\nแล้วถ้าเป็นยางที่ขนาดใกล้เคียงกันละ เช่น 225/45/17 17*25.4=431.8 และ ((225*45)/100)*2=202.5 ก่อนที่จะนำ 431.8+202.5 ผลสรุปออกมาคือ 634.3 มิลลิเมตร ต่างกันเพียงแค่ 0.2 มิลลิเมตร ก็นับว่าเท่ากันละครับ\n","tirecalc.png","",null,"tirecalc_i.png",[],"16 สิงหาคม 2565",1777136591035]