[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220830134216121720",2,5,"รถจอดไว้นาน ไม่ได้ขับ รวมวิธีการปลุกผีให้รถกลับมาวิ่งได้","ตั้งแต่วิกฤติการณ์ Covid-19 เข้ามา หลายคนก็มีความจำเป็นต้องใช้รถที่น้อยลงไปมาก เราเคยได้นำเสนอขั้นตอนในการเก็บรักษารถที่ต้องจอดนาน ๆ ไปแล้ว แต่ถ้าเกิดท่านอ่านไม่ทัน แล้วไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยล่ะ? เราก็อาจจะต้องมาปลุกผีรถคันนั้นกันบ้าง รถที่จอดนานแบบไม่เตรียมตัว กับรถที่เตรียมตัว จะมีความแตกต่างกันมากในเรื่องของความยากง่ายถึงจะกลับมาขับได้\n\nโดยปกติแล้ว สิ่งแรกที่จะเกิดปัญหาถ้าหากจอดไว้นาน คือ แบตเตอรี่หมด แบตเตอรี่รถยนต์ถ้าหากไม่ได้ถอดขั้วแบตเตอรี่ด้านลบเอาไว้ เพียงแค่ 1 เดือนก็อาจจะแบตหมดได้ แต่ถ้าหากถอดเอาไว้ จะจอดนานหลาย ๆ เดือน เพียงแค่กลับมาใส่ขั้วใหม่ก็จะยังมีโอกาสใช้งานได้สูง\n\nส่วนมาก ถ้าหากรถจอดเอาไว้นานไม่เกิน 6 เดือน ตราบใดที่แบตเตอรี่ยังมีไฟอยู่ ก็จะกลับมาสตาร์ทและขับต่อได้เลย สิ่งที่ต้องคำนึงมากกว่าคือ ระยะการเปลี่ยนถ่ายของเหลวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก ฯลฯ ของเหล่านี้แม้ว่ารถจะจอดไว้เฉย ๆ หรือพูดให้พูด ถ้าจอดไว้เฉย ๆ จะมีการเสื่อมสภาพที่เร็วกว่าการที่รถได้วิ่งเสียอีก ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องนับระยะเวลาการจอดไปในระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายด้วย ถ้าหากรถจอดทิ้งไว้นาน ๆ หลายเดือน พอเอากลับมาขับก็ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในทันที เป็นต้น\n\nแล้วสำหรับรถที่จอดไว้นานระดับ 1 ปีขึ้นไปละ? ถ้าหากโชคดีเป็นรถญี่ปุ่น ส่วนมากแค่ใส่ขั้วแบตเตอรี่ก็ขับไปได้เลย โดยที่เราต้องตรวจสอบว่าระบบเบรกยังทำงานได้อยู่หรือไม่ เบรกติดหรือเปล่า หรือมีอาการน้ำมันเบรกรั่วจากซีลหรือไม่ อีกทั้งยังต้องเช็คของเหลวทุกอย่างตามที่ระบุเอาไว้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบดูว่ายางแบนเสียจนแก้มยางเสียไปแล้วหรือไม่ ถ้าหากยังคอยเติมลมเอาไว้อยู่ ยางก็จะมี Flat spot หรือยางไม่กลม ถ้าโชคดี ขับไปสักพักก็หาย แต่ถ้าไม่หาย ก็ต้องเปลี่ยนยางใหม่หมด\n\nสำหรับรถที่จอดเอาไว้นานหลาย ๆ ปี ก็จะมีความยากขึ้นไปอีก บ่อยครั้ง แค่ใส่แบตเตอรี่ ไม่สามารถเอาไปขับต่อได้ในทันที ถ้าหากน้ำยาหล่อเย็นผสมเอาไว้อย่างถูกต้อง ส่วนมากก็จะโชคดีไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่ถ่ายออก แต่ถ้าหากเป็นน้ำเปล่าผสมเยอะ อาจจะมีตะกอนสนิมสะสมในระบบ ที่จะไปตันหม้อน้ำได้ นอกเหนือไปจากระบบเบรกที่กล่าวไว้ในข้างต้น รวมไปถึงของเหลวอื่น ๆ\n\nยิ่งไปกว่านั้น รถที่จอดเอาไว้เป็นหลักปี ก็จะต้องพบกับปัญหาระบบน้ำมัน ที่เกิดจากน้ำมันบูด หรืออะไรก็ตาม เมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงถูกปล่อยทิ้งไว้ และมีความชื้นเข้าไปในระบบ ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าถ้าเป็นน้ำมันที่ผสมเอทานอล ก็อาจเกิดการสึกกร่อนของชิ้นส่วน หรือเกิดเป็นไขน้ำมันไปเกาะตัวอยู่ในระบบ เช่นในกรองน้ำมันเชื้อเพลิง และตามท่อน้ำมัน ซึ่งจะทำให้น้ำมันไม่สามารถเข้าสู่เครื่องยนต์ได้จนสตาร์ทไม่ติด\n\nถ้าหากรถจอดเอาไว้นานจริง ๆ อาจนานถึงระดับทศวรรษ เครื่องยนต์ที่อาจจะมีความชื้นเข้าไปสะสมได้ ก็อาจจะเกิดการที่แหวนลูกสูบติดกับห้องเผาไหม้ ก่อนจะทำการสตาร์ท จึงต้องหมุนเครื่องยนต์ด้วยมือก่อน ถ้าหากรถจอดไว้นานถึงระดับนี้ เราก็อยากจะแนะนำให้นำรถไปเข้าตรวจสอบกับช่างมืออาชีพ ถ้าหากท่านไม่ใช่ช่าง เพราะความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่าย ๆ อีกต่อไป\n","longpark0565.png","",null,"longpark0565_i.png",[],"30 สิงหาคม 2565",1777136590984]