[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220830134218865343",2,5,"ทำไมผู้ผลิตรถยนต์จึงใช้ความพยายามอย่างสูงในการลดน้ำหนัก","เป็นที่เรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อยสำหรับคนที่ทำงานในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์  เนื่องด้วยการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดรถยนต์ ผู้ผลิตต่างก็อยากจะเอาออปชั่นหลายๆ อย่างใส่เข้าไปในตัวรถและทำราคาให้แข่งขันกับคู่แข่งให้ได้\n\nแต่ทว่าทุกชิ้นส่วนที่ใส่เข้าไปในรถนั้นก็ย่อมหมายถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เมื่อน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลเสียถึงสมรรถนะรถและส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นตามมา\nยิ่งในกฏหมายควบคุมมลพิษสมัยนี้ที่ใช้ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยเอง จะใช้การคิดอัตราภาษีรถยนต์ตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้รถที่ปล่อยมลพิษสูงถูกคิดภาษีที่แพงขึ้นทำให้ราคาจำหน่ายแพงขึ้นตามานั่นเอง\n\nดังนั้นผู้ผลิตรถยนต์จะมีความพยายามทุกวิถีทางที่จะรีดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นออกให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเอาข้าวของที่คิดว่าไม่จำเป็นหรือมีความสำคัญรองลงมาออก หรือว่าการใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกทดแทนชิ้นส่วนเหล็กมากขึ้น หรือแม้กระทั่งออกแบบชิ้นส่วนหลักที่ลดการใช้ชิ้นส่วนย่อยเช่น น็อต และสกรู ให้น้อยลง และแทนที่ด้วยการยึดด้วยหมุดพลาสติกแทน\n\nตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและใกล้ตัวเรามากที่่สุดก็เห็นจะเป็นการหายไปของชุดล้ออะไหล่ และแทนที่ด้วยชุดปะยางฉุกเฉินนั่นเอง ซึ่งในสมัยนี้พบว่ารถอีโค่คาร์หลายรุ่นมักจะไม่ให้ล้ออะไหล่และแม่แรงกันแล้ว หรือแม้กระทั่งรถ PPV อย่าง Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปีล่าสุดก็พบว่าชุดยางอะไหล่ก็ได้หายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…\n\nเรื่องลดน้ำหนักต้องยกให้ Suzuki!!! ค่ายรถยนต์จากฝั่งญี่ปุ่นเจ้านี้ได้ขึ้นชื่อลือชามานานในการลดต้นทุน โดยเน้นไปในเรื่องของการลดน้ำหนักชิ้นส่วนมาช้านาน เนื่องด้วยแนวคิดที่ว่าการลดน้ำหนักทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นทำให้ผู้ออกแบบจากค่ายซูซูกิได้พยายามทำรถออกมาให้มีน้ำหนักเบาลงเรื่อยๆ ประกอบกับการที่เสียเปรียบในเรื่องเทคโนโลยีเครื่องยนต์ซึ่งเมื่อเทียบกับค่ายอื่นแล้ว เครื่องยนต์ของซูซูกิจะดูล้าหลังกว่าชาวบ้านอยู่เสมอ ดังนั้นการตัดสินใจทำการลดน้ำหนักชิ้นส่วนจึงเป็นทางเลือกหลักที่ค่ายซูซูกิเลือกเดินนั่นเอง ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของค่ายนี้คือ เมื่อหลายปีก่อน Maruti Suzuki ในประเทศอินเดียได้ดำเนินนโยบายที่เรียกว่า “One gram strategy” แก่ซัพพลายเออร์ทุกเจ้า โดยขอให้ซัพพลายเออร์ลดน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ตัวเองผลิตลงอย่างน้อย 1 กรัม ทำให้เมื่อนำมาประกอบเป็นรถ 1 คันมีน้ำหนักลดลงได้หลายกิโลกรัมเลยทีเดียว และผลงานที่เด่นชัดที่สุดของซูซูกิก็คือการทำให้ Suzuki Swift โฉมปัจจุบันมีน้ำหนักเบาลงกว่าโฉมก่อนมากกว่า 100 กิโลกรัมเลยทีเดียว  และแน่นอนแค่การเอาชุดล้ออะไหล่ออกคงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้\n\nจะเห็นได้ว่ารถยนต์สมัยใหม่มีแนวโน้มที่จะใช้วัสดุที่เบาขึ้นทำให้มีน้ำหนักรวมลดลง โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปล้วนนั้นการลดน้ำหนักจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะมันเป็นแนวทางที่ช่วยให้ลดการปล่อยมลพิษลงนั่นเอง แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าแล้วการลดน้ำหนักของชิ้นส่วนอาจะไม่ใช่เหตุผลในเรื่องการลดการปล่อยควันพิษอีกต่อไป แต่คงเป็นการลดน้ำหนักชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อชดเชยน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นมานั่นเอง ทำให้เป้าหมายในการลดน้ำหนักจากเดิมเพื่อลดการปล่อยมิลพิษ เป็นเป้าหมายเพื่อเพิ่มระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแทน\n","kw-light0565.png","",null,"kw-light0565_i.png",[],"30 สิงหาคม 2565",1777136590959]