[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220906101314183896",2,5,"ในช่วงน้ำมันแพง ขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ?","ช่วงนี้ราคาน้ำมันก็ยังคงสูงอยู่ หลายคนก็เริ่มที่จะไม่อยากใช้รถกันบ้างแล้ว หรือก็อยากเปลี่ยนไปใช้รถที่มันประหยัดน้ำมัน หรือไม่ต้องใช้น้ำมันไปเลยมากกว่า แต่ว่าการเปลี่ยนรถนั้นมันก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่กว่าจะคืนทุนจากค่าน้ำมันก็ลดไปก็นานหลายปี ถ้าหากอยากเปลี่ยนอยู่แล้วไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าเพื่อความจำเป็นอย่างประหยัดเฉย ๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าทำ ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรารู้เทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน ก็คงจะช่วยให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ง่ายขึ้น\n\nเทคนิคแรกคือ คุมคันเร่งให้เนียน ไม่กระชาก และเท่าที่จำเป็น ถ้าหากต้องถอดรองเท้าขับเพื่อให้ควบคุมคันเร่งได้ดีขึ้น ก็สามารถทำได้ แต่ควรจะวางรองเท้าไว้ที่พื้นของผู้โดยสาร ไม่ใช่ฝั่งคนขับ เพราะอาจจะไปติดใต้แป้นเบรกได้ การใช้คันเร่งอย่างพอเหมาะ เร่งความเร็วแบบเรียบเนียน จะช่วยให้การจ่ายน้ำมันของรถทำเท่าที่พอดีและน้อยลง แต่การทำครั้งเดียวอาจจะไม่เห็นผล ต้องขับให้เนียนได้ตลอด ไม่กระโชกโฮกฮาก\n\nเทคนิคที่สองนี้เป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ แต่ว่าถ้าหากเป็นรถเกียร์ธรรมดา การเปลี่ยนเกียร์เร็วเกินไป ใช้รอบต่ำเกินไป จะทำให้รถเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะเมื่อเครื่องยนต์เกิดอาการ Lug หรือพยายามจะดับเมื่อรอบต่ำ กล่องควบคุมเครื่องยนต์จะทำการจ่ายน้ำมันเพื่อให้เครื่องไม่ดับ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้การเลือกเกียร์ ควรจะทำให้เหมาะสม ไม่ใช่สูงหรือต่ำจนเกินไป\n\nอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้อง และสามารถใช้กับรถเกียร์อัตโนมัติได้ คือการที่เครื่องยนต์ทุกรุ่นบนโลกนี้ มีจุดที่ค่าประสิทธิภาพสูงที่สุดแตกต่างกันไป รถบางรุ่น ขับ 60 ก็ประหยัดที่สุด แต่บางรุ่น การขับ 100 คือประหยัดที่สุด การหาจุดที่เครื่องยนต์มี Efficiency สูงสุดนี้อาจจะทำได้ยาก แต่โดยมากแล้ว มันคือจุดที่ช้าที่สุด ที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการ Lug หรือต้องเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ แต่ก็ไม่เร็วเกินกว่านั้น ประมาณตั้งแต่ 1,500 ถึง 2,000 รอบ รถที่ใช้เกียร์ CVT มักจะคารอบไว้ที่ประมาณนี้ แม้ว่าจะใช้ความเร็วที่สูง นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกียร์ CVT ได้รับความนิยมในการเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง\n\nเทคนิคหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย แต่ก็ยากในเวลาเดียวกัน คือการ Drafting หรือการใช้รถอื่นแหวกลมแทนให้ ซึ่งก็คือการขับจี้ท้ายรถคันอื่นนั่นเอง แน่นอนครับว่าเราไม่ควรจะขับรถจี้ท้ายรถคันอื่นกระชั้นชิดเกินไป สิ่งที่ทำได้ จึงเป็นการเลือกรถที่สูงกว่ามาก ๆ ยิ่งสูงเท่าไหร่ เราก็ยิ่งขับห่างได้มากขึ้น ถ้าหากเป็นรถบรรทุกก็จะไม่ต้องขับจี้ท้ายมากจนเกินควรเลย และอีกหนึ่งข้อดีของการขับตามรถบรรทุกคือเราจะบังคับตัวเองให้ขับช้าไปเองไงละครับ\n\nอีกเรื่องที่คนอาจจะลืมคือ การตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมอยู่เสมอ ทั้งทำให้เครื่องยนต์สมบูรณ์ ไม่มีไฟ Check Engine ขึ้น และลมยางอยู่ในค่าที่เหมาะสม หรือเกินกว่าค่าที่บริษัทรถกำหนดไปซัก 3-4 psi ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเช่นกัน รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้ยางประหยัดน้ำมัน แลกกับการยึดเกาะถนนบ้าง ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถทำได้\n\nแน่นอนครับว่า บางเทคนิคนั้นก็มีความเกินแก่เหตุไปเสียหน่อย เราสามารถเลือกเองได้ว่าอันไหนที่เหมาะสม สามารถทำได้อย่างปลอดภัย แต่โดยหลักแล้ว เพียงแค่ขับให้ช้าลง เรียบสมูทขึ้น แค่นี้ก็ประหยัดน้ำมันขึ้นเป็นโขแล้วละครับ\n","ecodrive.png","",null,"ecodrive_i.png",[],"6 กันยายน 2565",1777136590850]