[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220906101314382302",2,6,"รถยนต์ไฟฟ้า ราคาเท่ารถสันดาปมาแล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราควรจะเลือกหามาใช้?","หลังจากการประกาศนโยบายช่วยเหลือของรัฐในการลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่หลากหลายรุ่นถูกลดราคาลงไปหลักแสนบาท และทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่เข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น ราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ขนาดใกล้เคียงกันที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปแล้ว\n\nเป็นเรื่องที่ดีใช่ไหมละครับ รถอย่าง MG EP ราคาเริ่มต้นเหลือเพียง 761,000 บาท และ MG ZS EV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท ใกล้เคียงกับรถ C-Segment ระดับเริ่มต้น และคาบเกี่ยวกับรถ B-Segment ตัวท๊อป และเป็นรถยนต์นั่งในระดับราคาที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ\n\nถ้าหากถามหาถึงความพร้อมที่จะเลือกรถ BEV 100% มาใช้ เราได้เคยรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะทราบก่อนหน้าที่จะซื้อไปแล้ว และเราอยากให้คุณผู้อ่านลองย้อนกลับไปเช็คอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจ\n\nในตอนนี้ ระบบการชาร์จไฟตามที่ต่าง ๆ มีความเพียบพร้อมมากขึ้น สามารถชาร์จไฟแบบ Quick Charge ได้โดยใช้เวลาไม่นาน ด้วยระยะทางการวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่มากกว่า 200 กิโลเมตร การใช้งานของคนทั่วไปที่ปกติแล้วไม่ถึง 40 กิโลเมตร ก็จะทำให้สามารถชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งไปได้ 1 อาทิตย์ได้ถ้าบริหารจัดการดี ๆ หลายคนที่อาศัยอยู่ตามคอนโดมิเนียมที่ไม่สามารถติดตั้งที่ชาร์จได้ ก็ยังสามารถใช้งานรถเหล่านี้ได้โดยไม่มีปัญหา โดยเฉพาะถ้าหากตามปกติใช้ขนส่งสาธารณะอยู่แล้ว และใช้รถยนต์แค่บางวัน หรือเฉพาะวันหยุด\n\nแล้วเรื่องค่าเสื่อมราคา รวมไปถึงการใช้งานระยะยาวละ? เนื่องจากในตอนนี้ คนที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ในฐานะ Early Adopter หรือผู้ใช้กลุ่มแรก ๆ บริษัทรถจึงอัดข้อเสนอระยะรับประกันที่ยาวนานกว่าปกติมาให้สำหรับระบบแบตเตอรี่ ช่วยดึงดูดให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวรถ\n\nฟังดูดีใช่ไหมละครับ? อยากจะออกไปหาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ในทันทีเลยละ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ มีขึ้นมาเพื่อดึงดูดให้คนสนใจ และเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันเร็วขึ้น และในอนาคต นโยบายรวมไปถึงโปรโมชั่นต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ได้มีความน่าสนใจเท่าเดิมอีกต่อไป และเราต้องไม่ลืมว่า สุดท้ายแล้ว รถยนต์เป็นของที่เราต้องใช้งาน ถ้าหากรถคันเก่ายังคงสามารถใช้ต่อไปได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร การที่จะเปลี่ยนรถเพื่อประหยัดค่าน้ำมันเพียงอย่างเดียว แม้ว่าน้ำมันจะมีราคาแพงเป็นอย่างมาก ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน\n\nสรุปแล้ว คำถามที่ว่า เราควรจะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้าในตอนนี้ เพื่อใช้ประโยชน์ของนโยบายสนับสนุนเลยหรือไม่? คำตอบในมุมมองของเราก็คือ การเลือกซื้อรถไฟฟ้าแทบไม่มีความแตกต่างกับการเลือกซื้อรถสันดาปเลยครับ ซื้อเมื่อถึงเวลาที่พร้อม และซื้อเมื่อเรามั่นใจว่าการใช้งานนั้นไม่ได้สร้างภาระมากจนเกินควร คำตอบนี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องตอบกับตัวเองอยู่แล้วว่าสมควรที่จะซื้อหรือไม่\n\nจงอย่าลืมว่า สุดท้าย ไม่ว่ารถยนต์จะเป็นเหมือนสินค้าแฟชั่นที่ต้องเปลี่ยนตามเทศกาลขนาดไหน แต่รถยนต์ก็ยังเป็นสิ่งของที่หลักสำคัญที่สุด อยู่ที่การใช้งาน ไม่ใช่ใช้ตามกระแสนะครับ\n","evice.png","",null,"evice_i.png",[],"6 กันยายน 2565",1777136590841]