[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220914105018242531",2,5,"รู้จักมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัย EURO NCAP","Euro NCAP (New Car Assessment Programme) ก่อตั้งเมื่อปี 1997 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเบลเยียม แต่ถือเป็นความริเริ่มจากสหราชอาณาจักร โดยศูนย์ทดสอบและวิจัยการขนส่ง (Transport Research Laboratory) โดยในช่วงแรกการทดสอบจะให้คะแนนเต็มที่ 4 ดาว ตัวอย่างรถรุ่นแรกๆ มีผลการทดสอบเข้าขั้นแย่เพียง 1 ดาว ได้แก่ Rover 100 สร้างความตื่นตระหนกให้กับบรรดาลูกค้ารวมทั้งผู้ผลิตรายอื่น ในขณะที่รถเล็กยอดนิยมอย่าง Ford Fiesta และ Volkswagen Polo สามารถคว้า 3 ดาวมาครองร่วมกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ รวมไปถึงรถรุ่นแรกที่ได้รับ 4 ดาว คือ Volvo S40 รุ่นปี 1997-2001 \n\nด้วยเหตุนี้ทำให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างตัวถังเพื่อทำคะแนนการทดสอบให้ได้สูงที่สุด หลังจากไม่มีมาตรฐานกลางในการควบคุมการทดสอบการชนของรถยนต์ในยุโรป มีเพียงข้อกฎหมายที่ระบุไว้เพียงการทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น\n\nในปี 2000 Euro NCAP ได้เพิ่มการทดสอบที่มีความยากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการชนด้านข้างโดยให้ตัวรถอยู่บนแผ่นพาเลทขนาดใหญ่ แผ่นพาเลทจะถูกเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่และปะทะเข้ากับเสาที่ตั้งอยู่นิ่ง ซึ่งเปรียบเสมือนใบมีดในการเฉือนเข้ากลางตัวถังจากด้านข้าง ถือว่าเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดของรถยนต์ \n\nเมื่อเพิ่มการทดสอบแล้วทาง Euro NCAP จึงได้ปรับระดับคะแนนสูงสุดเป็น 5 ดาว ถึงกระนั้นก็ยังมีรถที่ผ่านไปถึง 5 ดาวได้ ได้แก่ Renault Laguna II ปี 2001 ซึ่งติดตั้งถุงลมนิรภัยบริเวณศีรษะ ทำให้สามารถผ่านด่านทดสอบการชนด้านข้างได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงโครงสร้างตัวถังที่ทันสมัย เป็นจุดเริ่มต้นให้บรรดาคู่แข่งเร่งพัฒนาเพื่อรองรับการชนด้านข้าง ซึ่ง Euro NCAP ก็ยังเพิ่มการทดสอบ Whiplash protection หรืออาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อคอเมื่อเกิดการกระแทกอย่างเฉียบพลัน ในปี 2007 เพื่อให้การทดสอบมีความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น\n\nหลังจากปี 2009 เป็นต้นมา เราจะเห็นรถหลายรุ่นได้รับคะแนน 5 ดาว จากสารพัดตัวช่วยที่อัดแน่นมาในตัวรถ ทั้งโครงสร้างตัวถัง ถุงลมนิรภัย ระบบช่วยเหลือต่างๆ รวมไปทั้งมีการปรับปรุงการทดสอบทุกๆ 2 และ 5 ปี (ปรับครั้งใหญ่)\n\nสำหรับตัวแทนของร่างกายมนุษย์ที่ใช้ในการทดสอบการชนที่เรียกว่า Dummy ก็ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่นล่าสุดในปี 2020 อย่าง Thor-50M ที่อัดแน่นไปด้วยเซนเซอร์กว่า 130 ตัว เพื่อให้การตอบสนองเป็นไปอย่างสมจริงมากที่สุด\n\nนอกจากนี้ยังเพิ่มการทดสอบระบบ Active safety เช่น ระบบเบรกฉุกเฉิน ระบบตรวจจับคนเดินเท้าและจักรยาน เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยการบังคับรถทดสอบด้วยรีโมท พร้อมวัตถุรองรับการชนที่เสียรูปได้ขนาดเท่ารถจริง โดยแบ่งการทดสอบการชนหลากหลายรูปแบบทั้งการเคลื่อนตัวตามการจราจรที่ความเร็วต่ำ และการขับขี่บนถนนหลวงที่ความเร็วคงที่ ทั้งหมดนี้จะถูกทดสอบที่หน่วยทดสอบในสหราชอาณาจักรหรือ Thatcham research\n","p-ncap0565.png","",null,"p-ncap0565_i.png",[],"14 กันยายน 2565",1777136590749]