[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20220921094708182586",2,5,"รวมวิธีถนอมรถ ขับยังไงให้รถอยู่กับเราไปนาน ๆ","รถยนต์เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง การถนอมรถไว้คันหนึ่งให้อยู่ได้นาน ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกเหนือจากการบำรุงรักษารถให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมเสมอแล้ว เทคนิคการขับขี่ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยรักษาอายุรถของเราให้อยู่ไปได้นาน ๆ\n\nสิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีการขับแบบถนอมรถยนต์นั้น คล้ายคลึงกับวิธีการขับประหยัดน้ำมันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด คือการขับแบบสมูท ขับแบบเรียบเนียน ไม่กระโชกโฮกฮาก ใช้คันเร่งแบบเรียบเนียน และใช้เบรกให้น้อยที่สุด ออกตัวแบบค่อย ๆ และไม่เหยียบคันเร่งทันทีหลังเปลี่ยนเกียร์\n\nนอกจากนี้ การหลบเลี่ยงความสะเทือน โดยเฉพาะของช่วงล่างที่ขับเจอหลุม เจอบ่อ ถ้าหากเราชะลอและผ่านมันไปอย่างนิ่มนวลมากกว่า ก็จะช่วยให้ช่วงล่างไม่ต้องรับแรงมาก และจะช่วยให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ต้องได้รับการกระเทือนที่จนทำให้อายุขัยสั้นลง\n\nด้วยเหตุนี้เอง รถยนต์ที่วิ่งระยะทางไกลอยู่ประจำ จนหลักเลขกิโลเมตรขึ้นเป็นจำนวนหลายแสน ยังมีสภาพที่สามารถใช้งานต่อไปได้ และมักมีสภาพที่ดีกว่ารถที่ใช้ขับในเมือง เนื่องจากรูปแบบการขับที่ต้องจอด ๆ หยุด ๆ และเร่ง บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องยอมรับว่ารูปแบบการใช้งานรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่เลือกกันไม่ได้ บางครั้งรถก็ต้องใช้ในเมืองอยู่ดี\n\nนอกเหนือจากความเรียบเนียนในการขับขี่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไปคือความพอดี ความพอดีของอะไร? คำตอบก็คือความพอดีของรอบเครื่องยนต์ครับ อันนี้เป็นปัญหาที่มักจะเกิดกับรถเกียร์ธรรมดา ไม่ใช่เกียร์อัตโนมัติ พฤติกรรมหนึ่งที่หลายคนมักจะทำ เพราะคิดว่าเป็นการถนอมรถคือ การเปลี่ยนเกียร์เร็ว เพื่อให้รอบเครื่องยนต์ต่ำ แต่ว่าเมื่อรอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป แรงดันน้ำมันเครื่องก็จะมีค่าที่ต่ำลง และโหลดของเครื่องยนต์ก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าการใช้เกียร์ที่เหมาะสมและลากรอบขึ้นไป\n\nเครื่องยนต์มีระดับของรอบการใช้งานที่เหมาะสมของมันอยู่ หากต่ำเกินไปก็ไม่ดี สูงเกินไปก็ไม่ดี แต่ระดับของรอบนี้มีความกว้างมากกว่าที่หลายคนเชื่อ และรถแต่ละคันก็มีระดับที่แตกต่างกันออกไป ไม่ใช่เพียงแค่ขับอยู่ที่ 1,000 ถึง 2,500 รอบ อย่างเดียว เครื่องยนต์บางตัวถูกออกแบบมาให้วิ่งที่รอบตั้งแต่ 400 ถึง 1,000 (เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในรถบรรทุก หรือเครื่องจักร) และบางตัวก็ถูกออกแบบมาให้วิ่งที่รอบตั้งแต่ 5,000-12,000 (เครื่องสำหรับรถแข่ง) เราจึงต้องเรียนรู้ว่า เครื่องยนต์ของรถเราชอบเดินเครื่องที่รอบเท่าไหร่\n\nอย่างเช่น เครื่องของรถสองรุ่น ที่ขนาดใกล้เคียงกัน แรงม้าเกือบเท่ากัน แต่รุ่นหนึ่งเมื่อรอบเกิน 4,000 อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องจะพุ่งสูงมาก ในขณะที่เครื่องของอีกค่าย กว่าน้ำมันเครื่องจะร้อนก็ต้องรอบสูงเกินกว่า 5,000 รอบเข้าไปแล้ว\n\nอย่างไรก็ดี โดยปกติแล้ว เครื่องยนต์ของรถสมัยใหม่นั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้น้ำมันเครื่องตามที่ระบุเอาไว้ และสามารถใช้งานได้ยาวนานโดยที่จะไม่เกิดปัญหาอะไร ไม่เหมือนกับรถสมัยก่อน ดังนั้น เทคนิคการขับขี่ให้รถอยู่ได้นาน ๆ จึงไม่มีความสำคัญเท่าแต่ก่อน ทำอะไร ก็ควรทำให้เหมาะสมครับ อย่าลืมว่ารถของเราซื้อมาเพื่อใช้งาน และมันอยู่ได้ทนทาน นานกว่าความเชื่อในอดีตแล้ว\n\nไม่ใช่ว่าพออ่านบทความนี้เสร็จ เจอหลุมเจอบ่อ ก็ชะลอเสียจนเกือบหยุด หรือว่ากว่าจะเร่งออกจากไฟแดง ก็ใช้เวลาไปเป็นสิบวินาทีนะครับ\n","carlong0565.png","",null,"carlong0565_i.png",[],"21 กันยายน 2565",1777136590686]