[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20220930095356562048",2,"Nissan Note e-Power รถที่เกือบได้มาขายไทยแต่...","ย้อนกลับไปในช่วงที่นิสสันประเทศไทยยังคงมีรถบุกตลาดครบทุกเซกเมนท์ตั้งแต่ Eco car อย่างมาร์ชและอัลเมร่า ไปจนถึงซีดานขนาดกลางอย่างเทียน่า และรวมถึง SUV ล้ำสมัยในขณะนั้นอย่าง X-Trail นั้นคือช่วงปี 2016 ย่างเข้าปี 2017 อันเป็นปีที่นิสสันในประเทศไทยได้เปิดตัว Nissan Note โฉม E12 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ในตลาดโลกที่มีขนาดตัวถังไล่เลี่ยกับเก๋งท้ายตัดเครื่อง 1.5 อย่าง Honda Jazz ให้คนไทยได้ยลโฉมกัน โดยวางตำแหน่งในการทำตลาดไว้ให้เป็นตัวเลือกให้แก่ผู้ที่ต้องการรถอีโคคาร์เครื่อง 1.2 ลิตร แต่ต้องการรถท้ายตัดที่มีขนาดใหญ่กว่า March สักหน่อย \n\nจริง ๆ แล้วในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของ Note E12 ที่เปิดตัวในตลาดบ้านเกิดในช่วงปลายปี 2016 นั้นนอกจากจะมีขุมพลัง 1.2 ลิตร รหัส HR12DE แบบเดียวกับ March และ Almera ในบ้านเราแล้วนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่นิสสันได้แนะนำขุมพลัง e-Power ให้เป็นทางเลือกนอกเหนือจากตัวเลือกเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรแบบปกติ (HR12DE) และ 1.2 ลิตรพ่วงซุปเปอร์ชาร์จ (HR12DDR) ที่มีวางจำหน่ายในประเทศบ้านเกิดของนิสสัน\n\nขุมพลัง e-Power ใน Note โฉมนี้เป็นการนำเอามอเตอร์แบบ EM57 ที่เดิมประจำการอยู่ในรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง Nissan Leaf มาติดตั้งในเจ้า Note e-Power ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ใช้แบตเตอร์รี่ที่มีขนาดเล็กกว่ารถยนต์ไฟฟ้าฯ และติดตั้งเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรรหัส HR12DE มาให้เพื่อทำหน้าที่เป็นต้นกำลังให้เจนเนอร์เรเตอร์ปั่นไฟชาร์จเข้าแบตเตอร์รี่\n\nNote e-Power นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่น จนนิสสันถึงกับมีการนำขุมพลังแบบเดียวกันใน Note e-Power ไปติดตั้งในรถตู้ขนาดเล็กอย่าง Serena e-Power ขายในญี่ปุ่นอีกรุ่น เนื่องจากขุมพลัง e-Power นั้นให้อัตราเร่งที่ดีเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าและมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองที่ต่ำมาก ตลอดจนในญี่ปุ่น ผู้คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านที่มีบริเวณมากพอที่จะติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้ ดังนั้นรถไฮบริด จึงได้รับความนิยมและมีโอกาสเกิดได้ง่ายกว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในตอนนี้ที่สถานที่ชาร์จยังคงมีจำกัด\n\nสำหรับประเทศไทยที่เพิ่งได้มีการเปิดตัว Note โฉมไมเนอร์เชนจ์ที่ว่ามานี้ในช่วงนั้นก็มีข่าวคราวหนาหูทั้งจากการให้ข่าวโดยประธานนิสสันประเทศไทย ณ ขณะนั้น และจากข่าวซุบซิบกันตามสังคมออนไลน์ทั่วไปว่า นิสสันประเทศไทยเตรียมที่จะนำ Note e-Power มาเปิดตัวถัดจาก Note เวอร์ชั่นเครื่องยนต์เบนซินปกติ ถึงขนาดว่ามีรถคันจริงมาจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ในช่วงนั้น อีกทั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นิสสันประเทศไทยก็ได้มีการเปิดตัว Nissan Leaf เรียกได้ว่าเป็นการเชื้อเชิญให้คนที่อยากสัมผัสประสบการณ์การขับรถไฟฟ้าในขณะนั้นให้เข้ามาสนใจนิสสันกันยกใหญ่ และทั้งยังมีความพยายามที่จะโปรโมทเทคโนโลยี e-Power ว่ามันจะเป็นเทคโนโลยีที่จะมาช่วยในการเปลี่ยนผ่านโลกรถยนต์จากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปเป็นรถพลังงานไฟฟ้า\n\nแต่จนแล้วจนรอด ข่าวคราวของ Note e-Power เวอร์ชั่นวางจำหน่ายในประเทศไทยก็ค่อย ๆ จางหายไปกับสายลม พร้อมกับยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง Leaf ที่ยังไม่ค่อยจะกระเตื้องขึ้นถึงแม้จะเป็นผู้มาก่อนกาล ชิงเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนเพื่อนร่วมชาติญี่ปุ่นทั้งหมด ท่ามกลางการสื่อสารทางการตลาดที่สับสนวุ่นวาย จากการที่นิสสันพยายามจะสื่อสารคีย์เวิร์ด “ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%” และยังมีข่าวลืออีกว่านิสสันประเทศไทย มีความพยายามในการผลักดันให้ e-Power ได้รับการจัดอัตราภาษีให้อยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เรายังคงสามารถเรียกขุมพลังชนิดนี้ว่ามันคือระบบไฮบริดแบบอนุกรม (Series Hybrid) โดยที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน 100% และเครื่องยนต์ ทำหน้าที่เป็นต้นกำลังให้แก่เจนเนอร์เรเตอร์ไฟฟ้าบนตัวรถ\n\nเมื่อนิสสันไม่สามารถผลักดันให้รถ e-Power นั้นจัดอยู่ในกลุ่มรถพลังไฟฟ้าล้วนสำหรับได้ นั้นก็หมายถึงอัตราภาษีสรรพสามิต รวมไปถึงภาษีนำเข้าชิ้นส่วนต่าง ๆ จะถูกคิดในการผลิตและวางขาย Note e-Power ในประเทศไทย เป็นอัตราเดียวกับรถยนต์ไฮบริดทั่วไป ตรงนี้เองทำให้ผู้เขียนคาดว่าเป็นเหตุผลให้นิสสัน ตัดสินใจที่จะไม่ทำตลาด Note e-Power ในประเทศไทย เนื่องจากไม่น่าจะสามารถตั้งราคาขายให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของตัวรถที่ต้องสอดตัวเองเข้าไปอยู่ในเซกเมนท์ที่คนไทยเราเรียกกันว่า Eco car ได้\n\nจนกระทั่งถึงปี 2020 ล่วงเลยไปกว่า 3 ปี นิสสันในระหว่างนั้นจึงได้ซุ่มพัฒนารถรุ่นใหม่ที่ใช้ขุมพลัง e-Power ที่จะมาผลิตขายในบ้านเรานั้นก็คือครอสโอเวอร์ขนาดซับคอมแพคอย่าง Nissan Kicks โฉม P15 ที่เปิดตัวรุ่น e-Power ในตลาดญี่ปุ่นพร้อม ๆ กันกับในประเทศไทย ที่นิสสันประเทศไทยคิดว่าจะสามารถตั้งราคาอยู่ในกลุ่มที่พรีเมี่ยมมากขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ดี Kicks e-Power นั้นก็ถือได้ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จมากนักในประเทศไทย ที่นอกจากจะด้วยเรื่องกระแสของ e-Power ที่ถูกจุดมาแบบติด ๆ ดับ ๆ ตั้งแต่ปี 2017 ก็ยังมีเรื่องของราคาจำหน่ายที่หลายคนในบ้านเรายังมองว่าสูงเกินไปสำหรับขนาดตัวรถและหน้าตาของการตกแต่งภายในที่ดูคล้ายกับเพื่อนร่วมแพลทฟอร์มอย่าง Almera มากจนเกินไปนั้นเอง \n\nถึงวันนี้ Nissan Note e-Power โฉม E12 นั้นจริง ๆ แล้วก็ถือได้ว่าเป็นรถที่ตกรุ่นไปอย่างเป็นทางการแล้วด้วยการมาของ Note โฉม E13 รวมไปถึง Note Aura ในตลาดญี่ปุ่นเมื่อปี 2020 เป็นต้นมา และแน่นอนว่าสิ่งที่ Note E12 ได้ทำไว้ก็ถือได้ว่าเป็นหมุดหมายที่สำคัญอันหนึ่งของนิสสันในการแนะนำขุมพลัง e-Power ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดบ้านเกิด จนกระทั่งตัวรถเดินทางมาจนถึงสุดอายุตลาด เปิดทางให้โฉมถัดไป วางจำหน่ายด้วยตัวเลือกขุมพลัง e-Power เพียงแบบเดียว โดยไร้ซึ่งเงาของเวอร์ชั่นเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนแบบรุ่นเดิม","b-noteepower0665.png","",null,"b-noteepower0665_i.png",[],"30 กันยายน 2565",1777136590590]