[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20221018150213614896",2,4,"ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะซื้อ Mazda BT-50","Mazda BT-50 ถือว่าเป็นรถกระบะที่น่าสงสารที่สุดในตลาดตอนนี้ และเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความสำคัญของภาพลักษณ์แบรนด์ต่อประเภทรถ ไม่มีบริษัทรถไหนที่จะสามารถสร้างภาพลักษณ์ความ “พรีเมี่ยม” และค่าบำรุงรักษาที่แพงตามมา แล้วยังขายรถเพื่อการพาณิชย์ที่ค่าใช้จ่ายในการดูแลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดได้\n\nด้วยเหตุนี้เอง เราจึงอยากจะบอกกับทุกท่านว่า ถ้าหากคุณสนใจ อยากได้รถกระบะที่ดูแลรักษาง่าย ซ่อมง่าย ประหยัดน้ำมัน ทนทาน ใช้ไปได้นาน ๆ ถึงเวลาแล้วครับที่คุณควรที่จะซื้อ Mazda BT-50!\n\nด้วยยอดขายของรถรุ่นนี้ที่ไม่ถึงเป้าอย่างมาก ทำให้ตัวแทนจำหน่ายที่สั่งรถกระบะรุ่นนี้มา ก็ต่างต้องพยายามที่จะขายให้มากที่สุด ด้วยการมอบส่วนลดหรือโปรโมชั่นแรง ๆ ให้ อันนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว\n\nถึงตอนนี้ บางท่านอาจจะคิดว่า Mazda เป็นค่ายที่ค่าบำรุงรักษาแพง ดูแลไม่ดี ต่อให้มีส่วนลดก็ไม่น่าซื้อ แต่เราอยากให้พิจารณาดูดี ๆ ว่าความเชื่อนี้มาจากประสบการณ์ตรง หรือว่าฟังคำคนอื่นมา? และต่อให้ทั้งหมดนี้ไม่ได้ผิดจากความจริง สุดท้ายแล้ว Mazda BT-50 ก็คือ Isuzu D-Max ที่เปลี่ยนโฉมรูปลักษณ์เท่านั้น และชิ้นส่วนกลไกทั้งหมดก็ไม่มีความแตกต่างกันแม้แต่นิดเดียว\n\nเพราะอย่างนั้น ถ้าหากกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษาจริง ๆ เมื่อหมดระยะรับประกัน 5 ปี 100,000 กิโลเมตร ซึ่งช่วงนี้ก็ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรมากอยู่แล้ว ก็เพียงแค่ไปรับการดูแลที่อู่นอกซึ่งสามารถทำ Isuzu ได้เกือบจะหมดทุกที่อยู่แล้วเท่านั้นเอง! เบิกอะไหล่จากศูนย์ Isuzu ได้เลยครับ รถยี่ห้อนี้ไม่ได้เรื่องมากเรื่องการเบิกอะไหล่เลย\n\nด้วยความนิยมของ Isuzu D-Max เอง ทำให้ตอนนี้โปรโมชั่นแม้ว่าจะดี ก็ไม่ได้ดีเด่นเสียเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับรถกระบะอย่าง Mazda BT-50 ที่ยอดขายไม่ถึงเป้า เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะต้องหันมาสนใจรถกระบะรุ่นนี้ เพราะโอกาสแบบนี้ ไม่ได้มีมาตลอดนะครับ\n","bt500665.png","",null,"bt500665_i.png",[],"18 ตุลาคม 2565",1777136590375]