[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20221102100554235773",2,6,"ส่องต้นทุนรถ EV เทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน คาดถูกลงจนใกล้เคียงกันในปี 2030 นี้","ในยุคที่รถ EV กำลังเป็นกระแสนิยม รวมทั้งมีการพูดถึงการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างการใช้งานหรือ Running cost กับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาต่างๆ ในปัจจุบัน ราคารถ EV ยังคงสูงกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายในเมื่อเทียบขนาดและคุณสมบัติอื่นๆ ของตัวรถเท่ากัน ดังนั้นรถ EV จึงควรมีต้นทุนที่สูงกว่า โดยเฉพาะในยุคเริ่มต้นของการผลิตเป็นจำนวนมากเช่นนี้\n\nเมื่อเราพิจารณาโครงสร้างต้นทุนของรถ EV เปรียบเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน สำหรับรถขนาด Compact car หรือ C-segment ที่จำหน่ายอยู่ในทวีปยุโรป ณ ปี 2020 ที่ผ่านมา จะพบว่า รถ EV มีต้นทุนตรง (Direct cost) รวมแล้วมากกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายใน อยู่ถึง 45% โดยส่วนต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือต้นทุนที่มาจากเครื่องยนต์และส่วนควบ เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่\n\nเป็นที่ทราบกันดีว่า ณ ปี 2022 นี้ แบตเตอรี่ยังคงมีราคาสูงเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนากระบวนการผลิตและประสิทธิภาพให้ดีกว่าช่วงปี 2010 ที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญอย่างแรกคือจำนวนแบตเตอรี่ที่ต้องผลิตทั้งหมด ยังคงห่างไกลจำนวนเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีสายพานการผลิตมายาวนาน และนำไปใช้ในรถจำนวนมากกว่า\n\nสำหรับต้นทุนโดยตรงของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน จะเกิดจากการรวมต้นทุนจากส่วนย่อย คิดเป็นสัดส่วนจากต้นทุนทั้งหมดดังนี้ ค่าการประกอบ 11.4% ชิ้นส่วนช่วงล่างและโครงสร้างตัวถัง 8.6% ชิ้นส่วนภายนอก 12.1% ระบบไฟฟ้าและสายไฟ 12.9% ชิ้นส่วนภายใน 19.3% ระบบส่งกำลัง 14.3% และ เครื่องยนต์พร้อมส่วนควบ 21.4% รวมเป็นเงินประมาณ 14,000 ยูโร\n\nในขณะที่รถ EV ที่อยู่ในพิกัดเดียวกัน จะเกิดจากการรวมต้นทุนจากส่วนย่อย คิดเป็นสัดส่วนจากต้นทุนทั้งหมดดังนี้ ค่าการประกอบ 6.5% ชิ้นส่วนช่วงล่างและโครงสร้างตัวถัง 5.7% ชิ้นส่วนภายนอก 9.1% ระบบไฟฟ้าและสายไฟ 8.7% ชิ้นส่วนภายใน 11.7% ระบบส่งกำลัง 3% มอเตอร์ขับเคลื่อน 8.7% และ แบตเตอรี่ 34.8% รวมเป็นเงินประมาณ 23,000 ยูโร\n\nต้นทุนที่แตกต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเห็นได้ชัด คือ ระบบส่งกำลัง มอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ ที่คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 10,700 ยูโร ซึ่งสูงกว่าเป็นเท่าตัว เมื่อเทียบกับต้นทุนระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ที่รวมกันเพียงแค่ 5,000 ยูโร\n\nอย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ต้นทุนที่รถ EV ทำได้น้อยกว่า คือ การประกอบ เนื่องจากมีจำนวนชิ้นส่วนที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ยังมีส่วนอื่นๆ ที่รถ EV ต้องปรับปรุงเพื่อให้ควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าในปัจจุบัน อาทิ ระบบสายไฟที่มีความซับซ้อน ชิ้นส่วนตัวถังที่ต้องรองรับน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มากขึ้น ชิ้นส่วนที่เพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม และที่สำคัญราคาต้นทุนของแบตเตอรี่ต่อความจุ kWh ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นกำแพงสำคัญที่ยากจะทำลายลงได้\n\nในทางกลับกัน ปี 2030 ต้นทุนของฝั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน บางประการจะขยับตัวสูงขึ้นเนื่องจากไม่มีการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยี รวมไปถึงยอดการผลิตที่ลดลงและโดนรถ EV เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนของแบตเตอรี่ต่อความจุ kWh อาจลดลงจาก 137 เหรียญสหรัฐ เหลือเพียง 58 เหรียญสหรัฐ หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่ง \n\nอย่างไรก็ตามการแข่งขันพัฒนาแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของการลดต้นทุนรถ EV เสมอไป ในส่วนควบต่างๆ ต้องมีการพัฒนาทั้งคุณภาพควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุน รวมทั้งการเพิ่มปริมาณการผลิต เพื่อเฉลี่ยต้นทุนโดยรวมให้น้อยกว่าในปัจจุบันนี้\n","ks-p-evcost0765.png","",null,"ks-p-evcost0765_i.png",[],"2 พฤศจิกายน 2565",1777136590278]