[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20221102100556129534",2,"BMW 320d E90 รถที่ทำให้เครื่องดีเซล อยู่คู่รถหรูไทยมาเกิน 10 ปี","ในอดีตนั้น และเราหมายถึงอดีตเกิน 30 ปีขึ้นไป เครื่องยนต์ดีเซลถูกมองว่า เป็นเครื่องยนต์ที่อืดยืดยาด แต่ทนทานและประหยัด เหมาะสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ที่ไม่ได้ต้องเอาแรงอะไร ขอแค่บรรทุกไหวและขึ้นเขาได้ก็เป็นพอ เครื่องยนต์ดีเซลเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีแบบเก่า ปั้มสาย และไม่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์เข้ามาช่วยเพิ่มพละกำลัง\n\nจนกระทั่งการมาของระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ช่วยให้เครื่องยนต์ดีเซลมีพละกำลังที่มากขึ้น โดยคงความประหยัดน้ำมันเอาไว้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา\n\nสิ่งที่น่าสนใจคือ มีบริษัทรถยนต์หลายแห่งที่คิดติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลในรถเก๋งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร บริษัทหนึ่งที่โดดเด่นที่สุด คือ Mercedes-Benz ที่มีตัวเลือกดีเซลในรถหรูแทบทุกรุ่น มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น จนเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้น่าใช้งานมากขึ้น\n\nเมื่อเทคโนโลยีหัวฉีด Commonrail เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องดีเซลให้สูงแบบในปัจจุบัน รถเครื่องดีเซลจึงได้รับความนิยมมากขึ้นในบรรดารถเก๋ง จากความเชื่อที่ว่าเครื่องดีเซลนั้นปล่อยมลพิษน้อยกว่า ซึ่งก็จริงครับ เครื่องดีเซลปล่อย Carbon Dioxide น้อยกว่าเครื่องเบนซิน แต่มลพิษอย่างอื่นนั้นอย่าพูดถึง แต่วันนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เราอยากจะเอามาบอกเล่ากัน\n\nในตลาดยุโรปนั้น รถยนต์ส่วนมากที่ขายได้ กลายเป็นเครื่องยนต์ดีเซลอยู่พักหนึ่ง ในช่วงปี 2000-2015 นั่นเอง และกระแสดีเซลฟีเวอร์นี้ ก็ส่งผลมาถึงคนไทยด้วย เพราะในปี 2008 BMW Thailand ได้เปิดตัว BMW 320d เข้ามาในท้องตลาด\n\nรถยนต์รุ่นนี้นับเป็น BMW Series 3 เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งคุณอาจจะคิดว่ามันถูกออกแบบโดย Chris Bangle แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ BMW แล้ว อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ที่ครั้งหนึ่งผู้คนเคยบอกว่าแปลกประหลาด มันกลายมาเป็นรถที่หน้าตาสวยงามลงตัวมากรุ่นหนึ่งเสียอย่างนั้น\n\nพระเอกของเราคือ เครื่องยนต์ N47D20 4 สูบ 2.0 ลิตร ดีเซล ที่สร้างพละกำลัง 177 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เครื่องยนต์ตัวนี้โดดเด่น เพราะจากการทดสอบของเรานั้น อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ที่ 8.89 วินาที และความเร็วสูงสุดสูงถึง 244 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ด้อยกว่า 330i ซึ่งแพงกว่า และเปลืองน้ำมันกว่ามากอยู่เล็กน้อยเท่านั้น\n\nและตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองนั่นเองครับ คือสิ่งที่สร้างความว้าวให้ครั้งรถรุ่นนี้เป็นรถป้ายแดง ตามมาตรฐานของเราซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน BMW 320d E90 ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 16.44 กิโลเมตรต่อลิตร\n\nทั้งหมดนี้ฟังดูเฉย ๆ ธรรมดามาก ถ้าหากคุณอยู่ในปี 2022 ที่มีรถหลากหลายรุ่นพัฒนาอัพเกรดตัวเองมาได้ใกล้เคียง รวมไปถึงรถ BMW รุ่นใหม่ ๆ ก็ทำตัวเลขที่ดีกว่านี้ได้ไปนานแล้ว แต่เราต้องไม่ลืมว่า ปี 2008 นั้น คือเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้วนะครับ\n\nแล้ว BMW 320d E90 ยังคงเป็นรถมือสองที่น่าสนใจ น่าซื้อหามาใช้ในปัจจุบันนี้หรือไม่? เราคงต้องเรียนตามตรงว่า ถ้าหากคุณยอมรับได้ว่า ปีหนึ่งอาจจะต้องเสียค่าซ่อมหลักแสนบาท โดยที่ไม่มีวันรู้เลยว่ามันจะมาในปีไหน และมาเมื่อไหร่ เราก็สามารถบอกได้เต็มปากครับว่า หามาใช้ได้เลยไม่ต้องกังวลอะไร\n\nคนที่ใช้อยู่แล้ว อาจจะไม่เชื่อ นั่นแปลว่าคุณโชคดีที่ยังไม่เจอ แต่คนที่เจอแล้ว ก็คงได้แค่พยักหน้าเห็นด้วย เท่านั้นแหละครับ\n","320d0665.png","",null,"320d0665_i.png",[],"2 พฤศจิกายน 2565",1777136590236]