[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20221108110334998185",2,"Volvo V40 รถยุโรปพรีเมี่ยมระดับเริ่มต้นที่น่าสนใจในยุคก่อนที่โลกจะรู้จักเก๋ง Crossover ","หากจะกล่าวถึงรถยุโรปแบรนด์พรีเมี่ยมขนาดเล็กราคาระดับเริ่มต้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงรถอย่าง Mercedes Benz C Class หรือ BMW 3 Series แต่ในช่วงต้นยุคปี 2000 ขึ้นมา มันได้มีปรากฏการณ์ใหม่ของค่ายยุโรปคือรถยนต์ในกลุ่ม Compact Hatchback ได้ถูกแนะนำสู่สายตาผู้บริโภคชาวไทยกันตั้งแต่ BMW 1 series หรือ Mercedes Benz A Class และในฟากของวอลโว่นั้นก็คือ Volvo V40 นี่เอง รถยนต์เหล่านี้นั้นถูกวางตำแหน่งในตลาดเพื่อจับกลุ่มลูกค้ารถระดับ Entry level ตั้งแต่ 1.6 ล้านบาทไปจนถึงสองล้านบาทต้น ๆ และมีตัวถังในรูปแบบของ Hatchback ห้าประตูขนาดกะทัดรัดให้เลือกใช้กัน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นค่ายรถยุโรปทำตลาดรถในเซกเมนท์นี้กันเท่าไรแล้วเนื่องด้วยการมาของรถยนต์แนว Crossover ขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมมากกว่าในปัจจุบัน แต่วันนี้เราจะชวนทุกท่านมารำลึกความทรงจำกับรถ Premium compact hatchback อย่าง Volvo V40 กันดูครับว่ามันมีอะไรที่ทำให้น่าสนใจถึงขนาดต้องยกขึ้นมาเขียนเป็นบทความหนึ่งบทความกันนี้\n\nVolvo V40 นั้นเป็นแฮทช์แบคห้าประตูขับเคลื่อนล้อหน้า ที่สร้างขึ้นมาจาก Global C Platform ของ Ford เช่นเดียวกับรถใต้ชายคา Ford ในยุคนั้นอย่าง Mazda 3 เจน 2 รวมไปถึงแฮทช์แบคขายดีในฟากยุโรปอย่าง Ford Focus ทำให้ในตลาดโลกนั้น V40 นั้นมีขุมพลังให้เลือกหลากหลายรุ่นตั้งแต่รุ่นประหยัดดีเซลเทอร์โบ D2 D3 หรือ D4 และเบนซินเทอร์โบฉีดตรง 1.6 ลิตร Drive-E ของฟอร์ดที่เน้นความประหยัด ไปจนถึงตัวแรงอย่างเครื่อง T5 ห้าสูบ 2.5 ลิตร เบนซินเทอร์โบของวอลโว่เอง หรือ T4 2.0 ลิตรสี่สูบเบนซินฉีดตรงเทอร์โบ ทำให้มันสามารถจับกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง เพื่อนของผู้เขียนเองเป็นนักเรียนอยู่ที่อังกฤษ ก็ยังกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ ว่า Volvo V40 ดีเซลรุ่นเริ่มต้นนั้นเป็นรถยอดนิยมของวัยรุ่นที่นั่น เนื่องจากมีตัวเลือกออพชั่นในการจัดไฟแนนซ์ที่ง่าย ค่าประกันไม่แพง และประหยัดน้ำมัน ไปจนถึงรุ่นตัวแรงสุดที่จะได้เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตรเทอร์โบตัวจี้ดจากวอลโว่เอง ให้กำลังสูงสุดถึง 245 แรงม้า เรียกได้ว่าแรงไม่แพ้กับ “Hot Hatch” ขับหน้าตัวเจ็บ ๆ อย่าง VW Golf GTi ในยุคเดียวกันเลยทีเดียว\n\nที่ต้องกล่าวกรุยทางให้คุณผู้อ่านได้รู้สึกถึงความพิเศษของมันนั้นก็เป็นเพราะว่าสำหรับตลาดประเทศไทย Volvo ในไทยนั้นนำเข้า V40 มาจากประเทศมาเลเซีย ทำราคาให้อยู่ในระดับ 1.6-2.1 ล้านบาท และยังจะได้ออพชั่นเครื่องยนต์เป็นตัว “ค่อนข้างแรง” โดยในปีแรก ๆ ของการทำตลาดนั้นจะมีรุ่น T5 ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 5 สูบ พ่วงเทอร์โบ ความแรงระดับ 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 30.7 กิโลกรัมเมตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวเลือกเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในระดับราคาไล่เลี่ยกันของรถในเซกเมนท์เดียวกันในยุคนั้น ทั้ง BMW 1 series และ Mercedes-Benz A Class นอกจากรุ่นเครื่องยนต์ 5 สูบแล้วในช่วงปี 2016 วอลโว่ก็ยังได้มีการแนะนำขุมพลัง T5 R-Design แต่เป็น 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบบล็อกใหม่ที่ถูกจูนโดยสำนัก Polestar กระชากพลังแรงสุดได้ถึง 245 แรงม้า จำนวนจำกัดเพียง 28 คัน ก่อนที่จะมีการปรับโฉม facelift ในช่วงปี 2017 เป็นต้นมากับการนำเอาดีไซน์ไฟหน้าที่มีลายเส้นไฟ DRL รูปตัว T โดยในการปรับโฉม facelift นี้จะเหลือตัวเลือกเพียงแค่รุ่น T4 เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบบล็อคใหม่ ที่ให้พละกำลัง 190 แรงม้า ที่ถึงแม้ว่าจะแรงน้อยลงกว่าตอนแรก แต่ก็ถือว่ายังแรงแซงหน้าคู่แข่งอย่าง BMW 116i ที่ตอนนั้นใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบจาก Mini และยังมีราคาที่ต่ำกว่าอยู่หลายแสนบาทอีกด้วย\n\nนอกจากรุ่น Hatchback ทรงปกติแล้ว ตามธรรมเนียมของรถตระกูล V ในยุคนั้นก็ยังจะมีรุ่นที่เรียกว่า “Cross Country” ซึ่งจะมีการตกแต่งภายนอกให้มีคิ้วบังโคลนที่ทะมัดทะแมง และช่วงล่างที่มีความสูงเพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติอีกเล็กน้อย โดยสำหรับ V40 ในไทยเรานั้นจะมีตัวเลือก Cross country ให้เลือกในช่วงแรก ๆ ที่เป็นรุ่น T5 และในส่วนของรุ่น D4 (ดีเซล 2.0 เทอร์โบ i-Art) นั้นจะทีมีให้เลือกเฉพาะแบบ Cross Country เท่านั้น ส่วนรุ่น T4 หลัง Facelift มานั้นจะไม่มีบอดี้แบบ Cross Country มาให้เลือกอีก\n\nและจะเป็นไปไม่ได้เลยหากเราจะกล่าวถึง Volvo โดยไม่เอ่ยถึงระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย Volvo V40 นั้นสำหรับรถในยุคเดียวกัน ก็ถือได้ว่ามีออพชั่นความปลอดภัยโดยเฉพาะออพชั่นในกลุ่ม Active Safety ที่อัดแน่นมามากกว่าคู่แข่งเน้น ๆ ทั้ง Volvo City Safety (เบรกฉุกเฉินที่มองเห็นจักรยานได้) ระบบเตือนรถออกนอกเลน (LDW) ระบบเตือนจุดอับสายตา (BLIS) และ Road Sign Recognition ที่จะคอยช่วยอ่านป้ายจำกัดความเร็วและป้ายเตือนริมถนน แต่อย่างไรก็ดีใน V40 นั้นจะไม่มี Adaptive Cruise Control มาให้ \n\nจนถึงทุกวันนี้แน่นอนว่า Volvo V40 แฮทช์แบคที่เรากล่าวถึงไปนั้นจะถูกยุติการทำตลาดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในปัจจุบันหากจะลองมานึกถึงรถแฮทช์แบคขนาดคอมแพ็คที่ขับสนุก ๆ มีตัวเลือกเครื่องยนต์แรง ๆ ให้หาซื้อเป็นเจ้าของก็คงแทบจะไม่มีตัวเลือกให้เรานึกถึงกันแล้วนอกจากแบรนด์ MINI เพราะตลาดรถในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยรถ Crossover ยกสูงทรงชิค ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมแทนที่รถเก๋งทรงมาตรฐานแบบสมัยก่อน ผู้เขียนคิดว่า Volvo V40 เองนั้นมีความน่าจดจำในฐานะรถมือ 1 ในยุคเมื่อสัก 5-7 ปีก่อนที่มีความคุ้มค่าในเซกเม้นท์ของมัน ด้วยความแรงและออพชั่นที่จัดเต็มกว่ารถจากค่ายเยอรมันทั้งสอง อีกทั้งยังมีเสียงเครื่องยนต์ 5 สูบอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้หากจะนึกถึง V40 \n\nในมุมของรถมือสองที่เป็นแบรนด์พรีเมี่ยมและขับสนุกก็ต้องบอกได้เลยว่าเครื่องยนต์ 2.0 ทั้งรุ่น T4 และ T5 นั้นต่างก็มีปัญหาจุกจิกกวนใจน้อยกว่าเครื่องในรุ่น T4F 1.6 ลิตรที่พัฒนาโดย Ford ใน V60 ในยุครุ่นราวคราวเดียวอยู่มาก ราคามือสองก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ หากมองว่าราคามือหนึ่งนั้นคือ 1.6-2.0 ล้านบาท ราคามือสองตอนนี้นั้นอยู่ที่ตั้งแต่ 5 แสนบาทไปจนถึง 8 แสนบาท \n\nเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากจะมองหารถขับสนุก แรงกำลังดี ลุกนั่งสบาย วัสดุภายในพรีเมี่ยมสไตล์ Volvo ที่เรียกได้ว่ารถราคาแบบนี้ในแพคเกจแบบนี้ คงจะไม่มีให้เราเห็นอีกแล้วในวันนี้และในอนาคตที่โลกกำลังจะหมุนไปหาบอดี้สไตล์ Crossover และขุมพลังไฮบริดหรือไฟฟ้าล้วน\n","ks-b-v400765.png","",null,"ks-b-v400765_i.png",[],"8 พฤศจิกายน 2565",1777136590165]