[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20221122102757724430",2,"ผลทดสอบ อัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลือง Mitsubishi Xpander 1.5 GT CVT (Minorchange)","Mitsubishi Xpander 1.5 GT CVT (Minorchange)\n\nเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า\n \nอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง (เกียร์ D)\nเฉลี่ย 13.68 วินาที\n\nอัตราเร่ง 80 – 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง (เกียร์ D)\nเฉลี่ย 9.67 วินาที \n\nความเร็วสูงสุดบนมาตรวัด\nTop Speed 175 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 5,400 รอบ/นาที\n \nอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง\nทดสอบโดยการวิ่งที่ความเร็วเฉลี่ย 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ นั่ง 2 คน\nระยะทางบน Trip Meter A : 92.6 กิโลเมตร\nเติมน้ำมัน Caltex 95 Techron : 5.98 ลิตร\nอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 15.48 กิโลเมตร/ลิตร \n\nMitsubishi Xpander ไมเนอร์เชนจ์ เป็นรถที่แสดงถึงความแตกต่างของการเลือกระบบเกียร์ได้ดีที่สุด เพราะในการปรับโฉมครั้งนี้ เครื่องยนต์ยังคงเหมือนเดิม แต่ระบบเกียร์ถูกเปลี่ยนจากอัตโนมัติ 4 จังหวะ มาเป็นแบบ CVT แทน ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ และตรงกับทฤษฎีเกี่ยวกับระบบเกียร์ชนิดต่าง ๆ\n\nไม่ว่าจะตัวเลขใดก็ตาม รถรุ่นปรับโฉมทำได้ดีกว่ารุ่นเดิม 4 เกียร์ทั้งหมด อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วขึ้นเกือบครึ่งวินาที 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้เร็วขึ้นเกิน 1 วินาที ความเร็วสูงสุดมากขึ้น 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทำได้ดีขึ้น 0.4 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งก็มากพอที่จะเป็นความแตกต่างจริง ไม่ใช่ค่าความเพี้ยนของการทดสอบ นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบเกียร์ CVT เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน และก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงกลับไปใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมอีกต่อไป\n","ks-testxpander0765.png","",null,"ks-testxpander0765_i.png",[],"22 พฤศจิกายน 2565",1777136590026]