[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20221122102759806178",2,"Volvo S80 2th Gen - ตัวรถน่ะน่าสนใจ แต่มีอะไรทำไมคนถึงไม่กล้าซื้อ?","ลองดูรูปของ Volvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 สิครับ สำหรับรถที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2007 มันยังคงดูใหม่และสวยงามลงตัว คงความหรูหราภูมิฐานและความสง่างามในแบบที่รถ Premium รุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นละทิ้งไปหมดแล้ว ซึ่งนั่นทำให้มูลค่า ค่าตัวในการหาซื้อมาเป็นเจ้าของที่ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2 แสนปลาย ๆ จนถึง 7 แสนบาท แล้วแต่รุ่นแล้วแต่ปี ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก\n\nว่าไงนะ? เจ้ารถ Mid-Side Premium Sedan รุ่นนี้มีค่าตัวถูกกว่า Eco Car ป้ายแดงที่ถูกที่สุดในตอนนี้อย่าง Suzuki Celerio แล้วเหรอ?! ไหนใบโอนอยู่ไหน! นั่นคือสิ่งที่เราคิดไปเอง แต่ในความเป็นจริง ผู้คนจำนวนมากกลับกลัวการที่จะหาซื้อรถ Volvo รุ่นสูงสุดในเจเนอเรชั่นที่แล้ว ซึ่งเราก็โทษใครไม่ได้หรอกครับ เพราะความคิดเช่นนี้มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความจริงทั้งนั้น\n\nอย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณยังสนใจอยู่ แล้วรถรุ่นนี้มันดีขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?\n\nVolvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งจำหน่ายในประเทศไทยนั้น เปิดตัวตั้งแต่ปี 2007 และทำตลาดจนถึงปี 2017 ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วย Volvo S90 ใหม่ ซึ่งแปลว่าตอนนี้มันล้าหลังไปเจเนอเรชั่นเดียวเท่านั้น แต่ถ้าหากลองไปสัมผัสดูเราจะค้นพบว่า ตัวรถนั้นแตกต่างกับรถเจเนอเรชั่นปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง นั่นก็เป็นเพราะรถรุ่นนี้ถูกออกแบบเมื่อครั้ง Volvo ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจาก Ford\n\nฟังดูอาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ในความเป็นจริงเราต้องยอมรับว่า รถ Volvo ในยุค Ford นั้น นำชิ้นส่วนและลักษณะบางประการของ Ford เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะชิ้นส่วนอย่างเซนเซอร์ระบบไฟฟ้าหลายจุด รวมไปถึงสวิตช์ปุ่มต่าง ๆ และวัสดุภายในที่ก็ไม่ต่างจาก Ford ซึ่งถ้าคุณชอบรถอย่าง Ford มันก็ไม่ใช่ข้อเสียหรอกครับ แต่สำหรับแฟนคลับ Volvo ที่ชอบความเป็น Volvo ก็อาจจะเคืองใจเล็กน้อย\n\nVolvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 ในประเทศไทย มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลัก ๆ 5 แบบ คือ รุ่นสูงสุด 6 สูบ 3.2 ลิตร ซึ่งหายากมาก รุ่นที่หาง่ายที่สุดจะเป็นรุ่น 2.5 FT ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบบูสต์ต่ำ และมีตัวเลือกดีเซล 2 ชนิด แบบ D3 และ D5 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 4 และ 5 สูบตามลำดับ และสุดท้าย สำหรับรุ่นไมเนอร์เชนจ์ปี 2014 จะมีเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบแบบใหม่ ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับเครื่อง Volvo 4 สูบในปัจจุบัน\n\nไม่ว่าจะเลือกตัวเลือกเครื่องยนต์แบบใด Volvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 มีปัญหาเหมือนกันทั้งหมดอยู่เรื่องเดียวคือ ระบบไฟฟ้าที่จุกจิกกวนใจ ถามว่าระบบดังกล่าวนี้แตกต่างกับรถหรูพรีเมี่ยมรุ่นอื่น ๆ ไหม? ก็ไม่ครับ แต่ระบบดังกล่าวนี้ก็มีปัญหากวนใจกับรถหรูพรีเมี่ยมทุกรุ่น เคยเจอรถที่ซันรูฟเปิดเองไหมล่ะครับ?\n\nเช่นเดียวกับรถยุโรปรุ่นอื่น ๆ ที่อายุใกล้เคียงกัน การดูแลซ่อมบำรุงเมื่อเกิดปัญหานั้น ไม่สามารถจ่ายจบได้ด้วยงบหลักพันนะครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของรถจำนวนมากปล่อยขายไป ถามว่ามันสามารถทำได้จบได้ไหม ก็ทำได้ แต่ถ้าหากรถมูลค่าไม่ถึงสามแสนบาท แต่ค่าบำรุงต่อปีกระโดดเข้าใกล้หลักแสน เมื่อนานไป เราก็ต้องเข้าใจว่าเจ้าของจำนวนมากเลือกที่จะปล่อยปัญหาทิ้งไว้ ไม่แก้ให้หายขาด\n\nนี่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับคนที่จะเลือกซื้อรถอย่าง Volvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 อู่ที่ซ่อมให้หายขาดได้นั้นมี แต่เจ้าของรถจะตัดสินใจทำไหมล่ะครับ? อู่ที่ซ่อมรถเหล่านี้ได้จบจริง ไม่ได้ราคาถูก และส่วนมากมักจะไม่สามารถ Walk-in เข้าไปได้เลย การใช้รถยนต์หรูมันคือการตัดสิ่งรบกวนใจ และเราเข้าใจว่าเจ้าของรถประเภทนี้จำนวนมาก ถ้าหากไม่ติดเรื่องเงิน ก็ติดเรื่องเวลา\n\nถ้าหากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า จัดมาหนึ่งคัน เราชอบความท้าทาย พวกเราจะไม่ห้ามให้คุณไปซื้อ Volvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 แต่ถ้าหากคุณอ่านแล้วคิดว่า มันคงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกมั้ง เราจะขอเบรกคุณให้พิจารณาดูดี ๆ ก่อน และถ้าหากมีเจ้าของรถ Volvo S80 เจเนอเรชั่นที่ 2 ท่านใดที่มาอ่านแล้วอยากจะบอกพวกเราว่า รถของฉันไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่ เราก็อยากให้แนะนำท่านลองไปซื้อลอตเตอรี่ดูนะครับ \n","ks-s800765.png","",null,"ks-s800765_i.png",[],"22 พฤศจิกายน 2565",1777136589963]