[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20221214114012434490",2,5,"รู้จักเกียร์ CVT แบบ Direct shift และ Dual mode ความเหมือนที่แตกต่าง","หลังจากที่ Toyota ประเทศไทย เปิดตัว Veloz รถอเนกประสงค์ หรือ MPV 7 ที่นั่ง ซึ่งถูกพัฒนาโดยทีมวิศวกรจาก Daihatsu บนพื้นฐาน Daihatsu New Global Architecture (DNGA) เนื่องจาก Toyota ถือหุ้นบริษัทถึง 100 % และได้ปรับกลยุทธ์งานวิจัยและพัฒนารถขนาดเล็กทั้งหมด ให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ Daihatsu โดยมีทีมงานฝั่ง Toyota เข้าร่วมทำงานด้วยเช่นเดียวกัน\n\nด้วยเหตุนี้ระบบส่งกำลังซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่าเครื่องยนต์ จึงมีบทบาทสำคัญกับสมรรถนะตัวรถเป็นอย่างมาก โดย Daihatsu ได้พัฒนาเกียร์อัตโนมัติ CVT ขึ้นมาใหม่ และใช้ชื่อเรียกว่า Dual mode มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะเคยได้ยินเกียร์อัตโนมัติ CVT ของทาง Toyota ที่ใช้ชื่อเรียกว่า Direct shift จนอาจทำให้สับสนว่าเป็นเกียร์รุ่นเดียวกันหรือไม่ ในความเป็นจริงเกียร์ทั้ง 2 ลูกนี้มีความแตกต่างพอสมควร แต่ก็มีความคล้ายกันอยู่เล็กน้อย\n\nเรามาเริ่มทำความรู้จักเกียร์ Dual mode CVT หรือที่ Daihatsu เรียกสั้นๆ ว่า D-CVT ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในรถพิกัด Kei-car ในประเทศญี่ปุ่น ชื่อรุ่น Tanto ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2019 ต่อมาได้ติดตั้งในรถ Daihatsu อีกหลายรุ่น ตั้งแต่ Daihatsu Rocky หรือ Toyota Raize รวมไปถึง Toyota Avanza / Veloz Daihatsu Xenia Perodua Alza ปิดท้ายด้วย Toyota All-new Yaris ATIV ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ\n\nโดยทั่วไปแล้ว เกียร์ CVT จะแบกรับภาระเมื่อใช้รอบเครื่องยนต์สูง ส่งผลต่อความร้อนและการสึกหรอภายในชิ้นส่วนเกียร์ หลักการของ D-CVT คือการเพิ่มชุดเกียร์แบบฟันเฟืองเข้ามา 1 ชุด ไว้สลับเมื่อรถมีการเร่งแซงในรอบสูง ซึ่งการทำงานเช่นนี้ จะทำให้ชิ้นส่วนพูลเล่ย์และสายพานเกียร์ไม่ทำงานหนัก รวมทั้งชุดเกียร์ที่เข้ามาแทนที่สามารถออกแบบให้มีอัตราทดที่เหมาะสมโดยไม่กินเนื้อที่ภายในตัวเกียร์เพิ่มเติมมากนัก อีกทั้งยังให้อรรถรสในการขับขี่มากกว่าการทำงานของเกียร์ CVT โดยทั่วไป\n\nอย่างไรก็ตามเกียร์ Direct Shift ที่ Toyota พัฒนาและนำมาใช้กับรถยนต์นั่งขนาดกลางขึ้นไป มีชุดเกียร์เพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากชุดสายพานและพูลเล่ย์ เช่นเดียวกับ D-CVT ของ Daihatsu แต่ทว่า ชุดเกียร์นี้จะมีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และถูกออกแบบมาเพื่อทำงานในรอบต่ำ ช่วยให้การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งเป็นไปอย่างฉับไว เหมาะกับเครื่องยนต์กำลังสูง เปรียบเสมือนขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติแบบปกติทั่วไป จนกระทั่งรอบเครื่องถึงจุดคงที่ จึงจะตัดการทำงานเข้าสู่ CVT ตามปกติ\n\nเมื่อเปรียบเทียบกันตัวต่อตัวแล้ว หลักการทำงานของ Direct shift CVT ของ Toyota และ D-CVT ของ Daihatsu มีความเหมือนกันตรงที่ ชุดเฟืองเกียร์ที่เพิ่มเข้ามา แต่ทว่าตำแหน่งการติดตั้งและจุดประสงค์นั้นแตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้น เกียร์ทั้ง 2 แบบ มีขนาดและขีดจำกัดการรับแรงบิดแตกต่างกันมาก โดยเกียร์ D-CVTจะรับได้แค่ 150 นิวตัน-เมตร ในขณะที่ Direct shift CVT สามารถรองรับได้สูงถึง 280 นิวตัน-เมตร\n\nทั้งนี้เกียร์ D-CVT สามารถลดความเร็วรอบที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ได้ถึง 200 รอบต่อนาที ในขณะที่ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์สามารถลดลงได้สูงสุดถึง 550 รอบต่อนาที ทั้งหมดนี้ เกิดจากอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้นกว่าเกียร์ CVT ปกติ โดยเทียบได้กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบปกติทั่วไปเลยทีเดียว\n","ksp-cvttype0865.png","",null,"ksp-cvttype0865_i.png",[],"14 ธันวาคม 2565",1777136589678]