[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20230117103459724881",2,5,"ช่วงน้ำมันแพง อย่าเพิ่งคิดเปลี่ยนรถ เปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ก่อนเป็นอย่างแรก!","วิกฤติราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ยังเป็นประเด็นที่ใหม่และเป็นที่สนใจสำหรับผู้ใช้รถจำนวนมาก ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลายคนมีความคิดที่จะเปลี่ยนรถให้ประหยัดขึ้น จอดรถที่กินน้ำมัน หรืออยากได้รถพลังงานไฟฟ้า EV มาใช้แทนรถคันเก่ากันเลยทีเดียว\n\nอย่างไรก็ตาม เราอยากจะบอกทุกท่านที่คิดเช่นนี้ว่า ก่อนที่จะเปลี่ยนรถ ควรจะวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ของตนเองก่อน!\n\nในเดือนนี้ เราได้รับรถทดสอบ Suzuki Celerio GX รถเครื่องยนต์สันดาปล้วน ที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดรุ่นหนึ่งในท้องตลาดปัจจุบัน ซึ่งเราเคยทำการทดสอบตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเอาไว้ที่ 19.53 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและอาจทำให้หลายคนหันมาสนใจรถรุ่นนี้กันได้ในช่วงนี้ แต่ว่าการทดสอบที่ทำให้ได้ตัวเลขเช่นนี้ คือ การขับ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่อเนื่อง และคุมคันเร่งให้เบาที่สุด ขับนิ่มนวลที่สุด เพื่อที่จะให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุดเท่ากันทุกรุ่น\n\nถ้าเกิดเราเอาข้อแนะนำเรื่องการขับขี่รถให้ประหยัดน้ำมัน แล้วทำตรงกันข้ามล่ะ? วันนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลของการขับขี่รถแบบสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เราจึงได้ทำการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองของ Suzuki Celerio อีกครั้ง แต่ไม่ใช่มาตรฐานแบบเดิม เป้าหมายของเราครั้งนี้ คือการที่จะทำให้เจ้า Suzuki Celerio กินน้ำมันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างปลอดภัย\n\nการทดลองครั้งนี้ เราจะตั้งกฎสำคัญไว้เพียงข้อเดียวคือ ความเร็วเฉลี่ยของการทดสอบ จะต้องสูงกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าเราอยากให้อัตราสิ้นเปลืองแย่จริง แค่ไปขับในเมืองรถติด เร่ง ๆ หยุด ๆ มาก ๆ แค่นี้ตัวเลขก็ดูไม่ดีได้แล้วครับ และคนจำนวนมากเลือกไม่ได้ว่าจะขับรถเลี่ยงรถติดได้หรือไม่ แต่การขับทางโล่ง ๆ ที่ใช้ความเร็วสูง เราสามารถเลือกเปลี่ยนพฤติกรรมการขับของตัวเองได้\n\nเส้นทางที่เราจะใช้คือ โครงข่ายทางด่วนในกรุงเทพมหานคร ที่ทำให้เราสามารถขับรถ Suzuki Celerio นี้วนไปได้เรื่อย ๆ เพื่อทำการทดสอบ โดยแทนที่เราจะขับให้นิ่มนวล คาความเร็วไว้ที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราจะใช้ความเร็วที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อันเป็นความเร็วที่คนยอมรับว่าปลอดภัยสำหรับทางด่วน เป็นตัวตั้ง นอกจากนี้ ในการเร่งและหยุด เราจะทำแบบกระชากเพื่อเค้นพลังให้ความเร็วขึ้นเร็วที่สุด ไม่ได้ค่อยแตะเบา ๆ เพื่อเร่งไปเท่าที่จำเป็น โดยเราจะพยายามไม่ให้ความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย แต่ก็มีบางจังหวะที่จะไหลเกินไปบ้างเล็กน้อยตามความเหมาะสม\n\nโดยในการทดสอบครั้งนี้ เราจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิง Gasohol 91 ของ PTT เพื่อความสะดวก\nจากการทดสอบวนบนทางด่วน วิ่งไปทั้งสิ้น 246.3 กิโลเมตร\n- ปริมาณน้ำมันที่เติมกลับ 18.05 ลิตร\n- อัตราสิ้นเปลือง 13.65 กิโลเมตรต่อลิตร\nส่วนเรื่องของความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ในการทดสอบ เราจะขอไม่แจ้งอย่างชัดเจน แต่ยืนยันได้ว่าต่ำกว่าข้อกำหนดของกฎหมาย และก็มากกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามที่เรากำหนดไว้\n\nแน่นอนอยู่แล้วครับว่าการขับขี่แบบกระชากและใช้ความเร็วที่สูงกว่า จะทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้นด้อยกว่า แต่สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่ว่ามันจะด้อยกว่ากันหรือไม่ แต่มันจะด้อยกว่ากันเท่าไหร่ และเห็นได้ชัดเจนว่า การเพิ่มความเร็วในการเดินทาง และขับแบบใจร้อน ทำให้แม้แต่รถอย่าง Suzuki Celerio ก็กินน้ำมันถึง 13.65 กิโลเมตรต่อลิตร แม้ว่าจะเป็นสภาวะการวิ่งทางไกล และความเร็วเฉลี่ยก็ไม่ได้เกินกว่าการทดสอบตามมาตรฐานปกติเท่าไหร่เลย\n\nเราจึงขอสรุปการทดลองเล็ก ๆ นี้ว่า ก่อนที่คุณจะคิดเปลี่ยนรถ ลองพิจารณาดูก่อน ว่าการขับขี่รถยนต์นั้น ใจร้อนเกินไปไหม ขับกระโชกโฮกฮากเกินไปหรือเปล่า? ต่อให้คิดว่าตัวเองขับรถไม่เร็วอยู่แล้ว ลองคิดดูดี ๆ ครับ ว่ามีเผลอใจร้อน เหยียบไป 120-140 บ่อยครั้งไหม? บางทีคำตอบของการประหยัด ก็อยู่ที่เท้าขวาของท่านเองครับ\n","drivehabit0865.png","",null,"drivehabit0865_i.png",[12],"17 มกราคม 2566",1777136589398]