[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20230201162311745243",2,6,"เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้รถ EV มีอันตรายและควรปฏิบัติอย่างไร ","หลังจากที่ได้รับข้อมูลเรื่องสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในรถ EV ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับแบตเตอรี่ เนื่องจากมีสารเคมีหลายชนิดบรรจุอยู่ภายใน แม้โอกาสของการเกิดเพลิงไหม้รวมไปถึงการระเบิดจากปรากฏการณ์ Thermal runaway จะมีอยู่เพียงน้อยนิด แต่หากเกิดข้อผิดพลาดของระบบหรือผลกระทบจากปัจจัยรอบข้าง ก็ควรที่จะรู้วิธีการจัดการอย่างถูกต้องและปลอดภัย มิเช่นนั้นการสูญเสียจะทวีคูณอย่างคาดไม่ถึง \n\nปัจจัยอีกอย่างที่ส่งผลต่อความเป็นไปได้ของการเกิดปรากฏการณ์ Thermal runaway คือระดับพลังงานของแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่อยู่ต่ำกว่า 50% ก็จะมีโอกาสเกิดได้น้อยกว่าแบตเตอรี่ตั้งแต่ 80%-100% และยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ที่มีระดับพลังงานเพียงแค่ 25% หรือต่ำกว่า จะถือว่ามีความเสี่ยงน้อยมากที่จะเกิดความร้อนรั่วไหลจนเกินขีดจำกัด\n\nเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติไม่ว่าจะเริ่มต้นจากไฟเตือนที่บริเวณหน้าจอแสดงผลผู้ขับขี่ ไปจนถึงการเกิดเปลวไฟ ให้พึงมีสติและแบ่งระดับความร้ายแรงอย่างถูกต้อง ในระดับแรกเมื่อเกิดการลัดวงจรของ Battery management system (BMS) จะมีไฟเตือนหรือข้อความแสดงที่หน้าจอแสดงผล ให้หยุดรถทันทีและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \n\nในระดับต่อมา หากปฏิกิริยา Thermal runaway ได้เกิดขึ้นแล้ว จะเริ่มมีควันจากแก๊สพิษซึ่งเสี่ยงต่อการลุกไหม้หากมีสิ่งแวดล้อมกระตุ้น เมื่อเซลล์แบตเตอรี่ภายในทยอยปะทุ จะเกิดเสียงดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมเสียงไอระเหยของแก๊สเพิ่มขึ้น ระดับที่เริ่มอันตรายอย่างยิ่งยวด หากเกิดเปลวไฟลุกไหม้ปะทุขึ้นที่ความร้อนกว่า 1,000 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นอาจมีเศษชิ้นส่วนภายในแบตเตอรี่แตกออกมาเป็นละอองเล็กๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับสิ่งมีชีวิตได้\n\nขั้นตอนการระงับไฟสำหรับเจ้าหน้าที่ เริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน PPE ให้พร้อม ห้ามตัดสายไฟแรงสูงซึ่งจะมีสีส้มเป็นสัญลักษณ์ รวมทั้งห้ามใช้เครื่องมือเพื่อเข้าถึงแบตเตอรี่ ให้เริ่มปฏิบัติตามขั้นตอนจากคู่มือของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด จากนั้นใช้น้ำเปล่าในการหล่อเย็นแบตเตอรี่และทำให้เปลวไฟมอดลง ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้ในการดับไฟจะมากกว่าในกรณีเพลิงไหม้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ทั่วไป และปล่อยให้แบตเตอรี่เย็นลงและไฟมอดสนิท จึงจะเข้าไปถอดออกมาจากตัวรถได้ \n\nสิ่งสำคัญสำหรับการเคลื่อนย้ายรถ EV คือการลากจูงแบบรถสไลด์เท่านั้น ห้ามปล่อยให้ล้อมีการหมุน เนื่องจากอาจทำให้ระบบดึงพลังงานย้อนกลับเข้าแบตเตอรี่ทำงาน และทำให้เกิดการจุดติดของเพลิงไหม้อีกครั้งได้ \n\nรายละเอียดเบื้องต้นของการรับมือกับเพลิงไหม้รถ EV ดังกล่าวยังต้องได้รับการศึกษาอย่างจริงจังโดยหน่วยงานต่างๆ ควรร่างเป็นมาตรฐาน และประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชน ไม่ใช่แต่เพียงผู้ที่ใช้รถ EV เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดใกล้ตัวคุณ\n","ksp-evfire20965.png","",null,"ksp-evfire20965_i.png",[12],"1 กุมภาพันธ์ 2566",1777136589262]