[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230308164603421980",2,4,"Hyundai Sonata Sport ดูรถจากครั้งก่อนแบรนด์เกาหลีจะถูกยกย่องในประเทศไทย","ในปัจจุบันนี้ บ่อยครั้งเราสามารถพบเห็นในโซเชี่ยลมีเดีย ที่มีคนมักจะเรียกร้องอยากให้แบรนด์รถยนต์จากเกาหลีใต้ นำรถรุ่นที่ขายดีมากในต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในไทยเสียที แต่สุดท้าย ยังไงแบรนด์อย่าง Hyundai หรือ Kia ก็เป็นได้แค่ผู้เล่นหน้ารอง ที่ขายเฉพาะแต่รถครอบครัวขนาดใหญ่ และมีรถเก๋งขายเป็นเหมือนแค่โบนัส\n\nทั้งหมดนี้มีที่มาที่ไป ตั้งแต่ช่วงกลางยุค 2000 แบรนด์อย่าง Hyundai ได้พยายามนำรถเก๋งขนาดใหญ่รุ่น Sonata เข้ามาประกอบขายในประเทศไทย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จนเปลี่ยนโฉมในปี 2011 มาเป็นรถรุ่น Hyundai Sonata Sport ซึ่งกลับกลายเป็นว่าขายได้น้อยในระดับที่ยอดขายรวมทั้งปี ยังน้อยกว่ายอดขายของรถคู่แข่ง D-Segment ขายได้ใน 1 เดือนเสียอีก\n\nมาถึงตรงนี้ บางท่านก็อาจจะนึกแย้งกลับมาว่า Sonata นี่มันเป็นรถที่ขายมาก่อนหน้านั้นอีกนี่! แต่ด้วยความที่ Hyundai Sonata ตัวแรกที่มาขายในไทยนั้น มาตั้งแต่ปี 1993 และแม้ว่าจะขายดีระดับหนึ่งในยุคนั้นเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ทำให้ในปัจจุบันแทบไม่มีใครใช้กันแล้ว เราจึงอยากให้ความสำคัญกับ Hyundai Sonata Sport มากกว่า\n\nแต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุหนึ่งที่ Hyundai ขายรถเก๋งไม่ค่อยได้ ก็เพราะชื่อเสียงจากตัวแทนจำหน่ายเดิมที่ขาย Hyundai Sonata ในช่วงยุค 90 นั่นเองครับ ดั่งเช่นในปัจจุบัน ตัวแทนจำหน่ายอิสระที่นำรถมาขายอย่างกึ่งทางการ มีการดูแลลูกค้าในระดับที่แตกต่างกันออกไป แต่มักจะไม่ดีเท่าแบรนด์ที่เข้ามาขายแบบเป็นทางการอย่างเช่นแบรนด์เจ้าตลาด\n\nถ้าหากพูดถึงตัวรถ Hyundai Sonata Sport ที่ขายตั้งแต่ปี 2011 ถึงประมาณ 2014 แล้ว ความโดดเด่นหลักก็น่าจะอยู่ที่งานดีไซน์ที่มีความฉีก แหวก และล้ำ แต่ว่ากลับไม่ได้ดูเก่าเร็ว สปอร์ตสมชื่อและก็ดูแพงไปพร้อม ๆ กัน นี่คือหนึ่งในรถ D-Segment ที่มีงานดีไซน์ลงตัวที่สุดของยุค และในธีมการออกแบบเดียวกับ Nissan Teana L33 กลับทำได้ดีกว่าเสียอย่างนั้น\n\nในส่วนของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง เป็นแบบ 2.0 ลิตร 4 สูบ 165 แรงม้า พ่วงเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งผลลัพธ์ออกมา ก็เป็นไปตามคาด คือไม่ได้ต่างจากรถ D-Segment 2.0 ของญี่ปุ่นเท่าไหร่นักหรอกครับ และมันก็ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่มีปัญหาจุกจิก เพียงแต่อะไหล่ก็จะหายากตามสไตล์ของรถที่ขายได้น้อย ช่วงล่าง พวงมาลัย ทั้งหมดก็ทำได้ในระดับเดียวกับรถ D-Segment รุ่นอื่น ๆ เหมือนกัน\n\nแล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน? ง่ายนิดเดียวครับ ราคาของ Hyundai Sonata Sport 2.0 G รุ่นท๊อปตอนเปิดตัวนั้น อยู่ที่ 1.87 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า Honda Accord 2.4 Tech เสียอีก! โดยสาเหตุหลัก ก็เพราะรถรุ่นนี้ถูกนำเข้ามาจากเกาหลีใต้ทั้งคัน\n\nแค่เหตุผลเดียวนี้ก็ทำลายความสำเร็จของรถรุ่นหนึ่งได้แล้วครับ แม้ว่า Hyundai Sonata เจเนอเรชั่นก่อนหน้าจะถูกผลิตในโรงงานของธนบุรีประกอบรถยนต์ แต่รุ่นนี้ที่ถูกนำเข้าจากเกาหลี ก็เสียภาษีเรทรถยนต์นำเข้า จนบางทีราคา 1.87 ล้านบาทของรุ่นท๊อปนั้น ก็ดูเป็นเรื่องน่าแปลกใจด้วยซ้ำ และรุ่น 2.0 S ที่ออปชั่นน้อยกว่า ราคาก็อยู่ที่เพียง 1.55 ล้านบาท แต่ออปชั่นในรถนั้น ก็มีแค่พอรับได้ และราคาก็ยังแพงกว่าทั้ง Honda Accord และ Toyota Camry 2.0 ที่ออปชั่นมากกว่าอยู่ดี\n\nในปัจจุบัน Hyundai ก็ยังคงกำลังพยายามที่จะนำรถยนต์หลากหลายรูปแบบเข้ามาจำหน่ายในไทยมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเสียที แต่ Hyundai Creta ก็เป็นหนึ่งในความพยายามครั้งใหม่ ซึ่งก็ดูเหมือนจะยังคงไม่มีอะไรต่างจากเดิมเช่นกัน\n\nแล้วถ้าหากคุณสนใจ Hyundai Sonata Sport ในปี 2022 ล่ะครับ? กำเงินเพียงแค่สามแสนกว่าบาท ก็หาซื้อในตลาดรถมือสองได้แล้ว และสิ่งที่จะได้กลับมา ก็คือรถ D-Segment ที่ลงตัวมากรุ่นหนึ่ง ถ้าไม่ติดปัญหาว่าการซ่อมบำรุงนั้นคุณอาจจะต้องมีความรู้ในการหาอะไหล่มากขึ้น และไม่สามารถที่จะเข้าอู่ที่ไหนก็ได้ง่าย ๆ เหมือนรถรุ่นอื่น\n","ks-sonata1065.png",null,"ks-sonata1065_i.png",[11],"8 มีนาคม 2566",1777136589020]