[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230404150105088382",2,5,"เครื่องยนต์ดีเซล ผู้ร้ายในสายตาคนรักสิ่งแวดล้อม ทำไมถึงได้ขับสนุกและประหยัด?","เหมือนว่ายุคสมัยของเครื่องยนต์ดีเซลกำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ช้า เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ในยุโรปซึ่งแต่เดิมให้ความสำคัญและนิยมเครื่องยนต์เช่นนี้ เพราะว่ามันประหยัดน้ำมัน และปล่อยก๊าซ CO2 มาน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน กลับกลายเป็นว่าพวกเขาเริ่มแบนเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เขตเมือง และเริ่มที่จะทำเช่นนั้นกันแพร่หลายมากขึ้น\n\nสำหรับขุมพลังสันดาปภายในที่เคยถูกมองว่าเป็นอนาคตของการใช้รถยนต์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เครื่องยนต์ดีเซลเป็นสิ่งที่ถูกเปลี่ยนมุมมองอย่างรวดเร็วมากที่สุด ยิ่งไปกว่าเครื่องยนต์เบนซินเสียอีก\n\nนอกจากนี้ เครื่องยนต์ดีเซลที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ยังถูกส่งขายออกมาในประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงประเทศไทย รถอย่าง BMW 320d ซึ่งถ้าหากย้อนไป 20 ปีที่แล้ว ไม่มีตัวเลือกนี้ให้ด้วยซ้ำ กลับกลายมาเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก แต่ในอนาคต แม้แต่ BMW ก็หันไปให้ความสนใจกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดอย่าง BMW 330e แทน\n\nทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ทำไมเครื่องยนต์ดีเซลถึงได้กลายมาเป็นเครื่องยนต์ที่ขับสนุก และในขณะเดียวกัน ก็กลายมาเป็นผู้ร้ายที่ถูกมองว่าปล่อยควันดำ และปล่อยมลพิษออกมามาก ในเกือบจะทุกภูมิภาคแล้ว?\n\nก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า เครื่องยนต์ดีเซลนั้นทำงานโดยการอัดส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศอย่างหนาแน่น จนส่วนผสมนั้นระเบิดด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้หัวเทียน เราเคยเขียนเรื่องอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องสันดาปไปแล้ว ยิ่งอัตราส่วนกำลังอัดมาก ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพจากการระเบิดน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมาก สำหรับเครื่องยนต์เบนซินนั้น 14:1 นับได้ว่าสูง แต่สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล มาตรฐานนั้นอยู่ที่ 22:1\n\nน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลจึงต้องมีความสามารถในการต้านการจุดระเบิดที่สูง ถ้าเกิดเราใช้ไฟจุดน้ำมันดีเซลในที่โล่งกว้าง น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นก็จะไม่ติดไฟ เป็นลักษณะพิเศษของน้ำมันชนิดนี้\n\nนั่นทำให้ที่ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากัน เครื่องยนต์ดีเซลสร้างแรงระเบิดได้สูงกว่า จึงสามารถที่จะสร้างแรงบิดได้มากกว่าที่รอบเครื่องยนต์ต่ำกว่า แต่ด้วยแรงระเบิดที่มากนั่นเอง ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ต้องมีน้ำหนักที่มากกว่า เพื่อรองรับแรงกระแทกจากการจุดระเบิด จึงทำให้รอบเครื่องยนต์ไม่สามารถขึ้นไปสูงได้เท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน และต้องใช้ระบบอัดอากาศมาช่วยเพิ่มความสามารถในการสร้างพละกำลัง แม้ว่าในอดีตเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่มีระบบอัดอากาศจะทนทานและประหยัดน้ำมันมาก\n\nปัญหาคือ ด้วยแรงอัดที่สูงกว่า และสร้างค่าพลังงานมากกว่านั้น ความร้อนในกระบวณการเผาไหม้ ทำให้เกิดก๊าซ Nitrogen Oxide ซึ่งเป็นสาเหตุของฝุ่นควันในอากาศที่มากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน จนทำให้ต้องมีระบบการจัดการมลพิษที่ซับซ้อนกว่า และไม่ได้หมายความว่าจะได้ผล 100%\n\nนั่นเองเป็นปัญหาของเครื่องยนต์ดีเซลที่ทำให้มันกำลังสูญเสียความนิยมไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์เบนซินในปัจจุบัน ก็มีกำลังอัดสูงขึ้น และใช้ระบบอัดอากาศเหมือนกัน จนทำให้ความรู้สึกในการขับขี่แยกยากมากขึ้นไปเรื่อย ๆ\n\nทั้งหมดนี้ทำให้เครื่องยนต์ดีเซล จะกลายมาเป็นอดีตในอีกไม่ช้า แม้ว่าประวัติศาสตร์ของมันจะยาวนาน และยังคงมีความสำคัญในภาคส่วนการขนส่งจนเปลี่ยนได้ยาก แต่สำหรับส่วนของรถยนต์ส่วนบุคคลนั้น เครื่องยนต์ดีเซลที่แรงและขับสนุก แต่ยังประหยัดน้ำมัน จะยังคงเหลืออยู่แค่ในรถที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้เท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนไปหาเครื่องเบนซิน Hybrid แทน\n","ks-diesel1065.png",null,"ks-diesel1065_i.png",[11],"4 เมษายน 2566",1777136588824]