[{"data":1,"prerenderedAt":13},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":12},"20230404150107860730",2,"Isuzu D-Max 1.9 DDi เครื่องยนต์กระบะยุคใหม่ ที่มีของดีซ่อนอยู่","ในปี 2015 เกิดปรากฏการณ์อย่างหนึ่งซึ่งในปัจจุบันนี้กลายมาเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนคุ้นเคยกันไปเสียแล้ว จนทำให้พวกเราอาจจะลืมไปว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้วนั้น นวัตกรรมใหม่นี้ได้มาเปลี่ยนแปลงตลาดรถกระบะกันไปขนาดไหน\n\nในปี 2015 นั้น Isuzu เปิดตัว D-Max เจเนอเรชั่นที่ 2 รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ หลังจากทำตลาดมาได้ 4 ปี โดยที่รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่ได้สังเกตได้ง่ายขนาดนั้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนชุดเปลือกตัวถังด้านหน้าใหม่พอสมควร ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญแท้จริง อยู่ที่ขุมพลังของรถ Isuzu D-Max รุ่นปรับโฉมนี้ นั่นคือ เครื่องยนต์ 1.9 DDi Bluepower ซึ่งถูกพัฒนาใหม่ทั้งหมดต่างหาก\n\nในปัจจุบันนี้ หลังจากผ่านไป 7 ปี มันได้กลายมาเป็นเครื่องยนต์ของกระบะที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยที่ 80% ของ Isuzu D-Max ที่ขายในไทยเป็นเครื่อง 1.9 ลิตร และเพียงแค่ไม่ถึง 20% ดีนั้น เป็นรุ่น 3.0 ลิตร แน่นอนครับว่า ชื่อชั้นของเครื่อง 1.9 ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้ใช้งานทั้งบนโลกโซเชียล และในกลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่ติดตามโซเชียลก็ตาม\n\nหลายคนเมื่อได้ยินชื่อ D-Max 1.9 ก็จะนึกถึงภาพของรถกระบะแต่งโดยเจ้าของที่อายุน้อยและกำลังเติบโตในหน้าที่การงาน เริ่มต้นสะสมความมั่งคั่ง แต่นั่นเป็นการละเลยถึงความน่าสนใจของเครื่อง 1.9 DDi Bluepower นี้\n\nเครื่อง Isuzu 1.9 ถูกสร้างขึ้นมาโดยแนวคิด Downsizing โดยเป็นการลดปริมาตรความจุ เพิ่มแรงดันบูสต์ โดยแนวคิดนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดการปล่อย CO2 และลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แต่ว่าจะต้องคงไว้ซึ่งพละกำลังในการใช้งานที่เพียงพอ\n\nเครื่องยนต์ Isuzu 1.9 DDi มีรหัสภายในว่า RZ4E-TC ปริมาตรความจุ 1,898 ซีซี และมีการติดตั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ลูกสูบชนิดแรงเสียดทานต่ำ ระบบชาร์จไฟที่ตัดการทำงานได้เพื่อลดแรงเสียดทาน แน่นอนครับว่านั่นคือความพยายามที่จะลดภาระของเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ\n\nนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบครีบแปรผัน อันเป็นผลต่อจากอุปสรรคอย่างหนึ่งของเครื่องยนต์ที่ปริมาตรความจุเล็ก แต่ต้องการพละกำลังสูง อธิบายอย่างง่ายคือ เพราะว่าถ้าหากเทอร์โบนั้นถูกออกแบบให้อากาศผ่านได้มาก ก็จะสร้างพละกำลังได้ดี แต่เมื่อรอบเครื่องยนต์ต่ำและลมผ่านน้อย ก็จะเกิดอาการรอรอบเสียจนการใช้งานที่รอบต่อทำได้ไม่ดีนัก ครีบแปรผันจึงเหมือนกับเทอร์โบลูกเดียว ที่ทำหน้าที่เหมือนเทอร์โบ 2 ลูก ซึ่งฝั่งหนึ่งออกแบบให้ปั่นกำลังได้ในสภาวะที่รอบต่ำ และลมผ่านน้อย ส่วนอีกฝั่งจะช่วยในสภาวะที่รอบสูง และลมผ่านมาก ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถสร้างแรงม้าที่รอบต่ำได้ดีขึ้น\n\nผลลัพธ์ก็คือ เครื่องยนต์ที่สร้างพละกำลัง 150 แรงม้า และแรงบิดที่มาตั้งแต่ 1,800 รอบ จนถึง 2,600 รอบต่อนาที โดยที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงยังคงทำได้ดีที่สุดในบรรดารถกระบะ และทำได้ในหลัก 15 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียวในการทดสอบตามมาตรฐานของเรา อีกทั้งยังปล่อยมลพิษ CO2 จากท่อไอเสียน้อยด้วย\n","ks-isuzu191065.png",null,"ks-isuzu191065_i.png",[10],"4 เมษายน 2566",1777136588731]