[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230419113644965727",2,4,"ชวนรำลึกซับคอมแพคซีดานยอดนิยมในยุครถคันแรก Honda City โฉม 2008-2013","ย้อนกลับไปราว 10 ปีก่อนในยุคสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในขณะนั้นที่ได้มีนโยบายคืนภาษีเท่ากับที่จ่ายจริงให้กับผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรก โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่เป็นตัวเร่งความนิยมของรถยนต์กลุ่ม Subcompact (B-Segment) นั้นคือการกำหนดเพดานของรถที่จะเข้าเงื่อนไขการขอคืนภาษี ที่จะต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1.5 ลิตร และมีการผลิตภายในประเทศ หนึ่งในรถยนต์รุ่นหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าวที่เราอยากจะพาไประลึกถึงนั้นก็คือ Honda City ปี 2008-2013\n\nHonda City โฉมนี้ถือได้ว่าเป็นโฉมที่ 3 หากเรานับกันเฉพาะซิตี้รุ่นที่เป็นตัวถังแบบซีดาน เรียกได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ฮอนด้าประสบความสำเร็จในการขายรถเก๋งขนาดซับคอมแพคในไทย หลังจากที่ตัวรถในโฉมที่ 2 โดยภาพรวมนั้น ดูจะค่อนข้างอ่อนด้อยกว่าคู่แข่งอย่าง Toyota Vios ในหลาย ๆ มุม ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูไม่สมส่วน และเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะความแรงด้อยกว่าเพื่อน \n\nแน่นอนว่าซิตี้โฉมที่สาม มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวเหมือนลูกศรธนู สมรรถนะการขับขี่ ที่เทียบชั้นหรือแทบจะดีกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ กวาดยอดจองในเดือนแรกเมื่อครั้งเปิดตัวไปถึง 8,000 คัน ดีเสียจน J!MMY ณ ตอนนั้นยังซื้อมาไว้ใช้งานตั้งแต่วันที่มันเปิดตัวครั้งแรก\n\nในด้านเทคนิคนั้นถือได้ว่ารถในโฉมนี้ ได้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากในแง่การออกแบบ เพราะถึงแม้ตัวรถจะยังคงใช้แพลทฟอร์มร่วมกับรถแฮทช์แบคอย่าง Jazz/Fit โฉม GE แต่ฮอนด้าเองก็มีบทเรียนสำคัญจาก City ในรุ่นก่อนที่ใช้แพลทฟอร์มร่วมกับ Jazz/Fit โฉม GD ที่มีเสียงวิจารณ์ไปในทางที่ไม่ค่อยดี ว่ามันมีสัดส่วนที่ไม่ค่อยลงตัว จนมาในรุ่น 2008-13 นี้นั้น ก็ได้มีการปรับงานออกแบบให้ลงตัวมากขึ้นพร้อมกับปรับปรุงขุมพลังให้มีตัวเลขพละกำลังเทียบชั้นคู่แข่ง \n\nเครื่องยนต์บล็อก L15 พร้อม i-VTEC รหัสเดิมที่เคยใช้ในรุ่นก่อน ก็ได้รับการปรับปรุงให้มีกำลังสูงสุด 120 แรงม้า จากเดิมที่เคยมีเพียงแค่ 88 แรงม้า และ 110 แรงม้า (วีเทค) ในปีท้าย ๆ อีกทั้งยังยกเลิกการใช้เกียร์แบบ CVT ในรุ่นเดิม และใจป้ำใส่เกียร์ออโตเมติก 5 สปีดมาให้ พร้อมระบบ Paddle shift ในรุ่นท็อป ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่ในตลาดนั้นยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีดกันอยู่\n\nช่วงล่างและการตอบสนองต่อการบังคับควบคุมที่ยอดเยี่ยมกว่ารุ่นก่อน พวงมาลัยก็เปลี่ยนมาใช้แบบพาวเวอร์ ผ่อนแรงไฟฟ้าที่ให้น้ำหนักการควบคุมที่เกือบจะดีที่สุดในกลุ่มในยุคเดียวกัน\n \nการที่รถรุ่นหนึ่งจะเป็นรถที่น่าจดจำในสายตาของเจ้าของหรือคนใช้รถนั้น มันไม่ใช่เพียงแค่เครื่องแรง เกียร์ดี ช่วงล่างมั่น พวงมาลัยสั่งได้ รูปลักษณ์สวยงาม แต่ผู้เขียนเองเชื่อว่ามันมีดีเทลยิบย่อยที่ผนวกรวมกันเป็นความลงตัวให้กับรถคันหนึ่ง \n\nHonda City โฉมที่ 3 นี้ก็เช่นกัน เชื่อหรือไม่ครับว่ารถรุ่นนี้มีฟีเจอร์จุกจิกยิบย่อยหลายจุด ที่ผมกล้าพูดได้เลยว่ารถเก๋งฮอนด้าหรือค่ายอื่น ๆ ในยุคนี้ไม่น่าจะมีใครทำ แม้ว่าจะเป็นรถที่เซกเมนท์สูงกว่านี้ก็ตาม อย่างเบาะโดยสารตอนหลังที่สามารถพับแยก 60/40 แถมปรับเอนหลังได้ 1 ระดับ และยังไม่พอ เบาะผู้โดยสารตอนหลังนั้นยังมีฟีเจอร์เด็ดอีกอย่าง คือชิ้นส่วนเบาะด้านซ้ายสามารถยกออกมาพบกับช่องเก็บรองเท้าใต้เบาะ และบริเวณใต้เบาะนั่ง ในตำแหน่งที่คนขับจะเอื้อมถึง ก็ยังมีช่องสำหรับเก็บร่ม หรือขวดน้ำดื่มได้อีกด้วย \n\nนอกจากนี้ต้องยังไม่ลืมเรื่องเครื่องเสียงติดรถ ที่รถโฉมนี้ถือเป็นรายแรก ๆ ที่เริ่มไม่มีช่องใส่ซีดีมาให้ แต่แทนที่ด้วยสายต่อ USB สำหรับเสียบไอพอดหรือไดร์ฟยูเอสบีสำหรับใส่ไฟล์เพลง อีกทั้งยังมีคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับรถยนต์ในเซกเมนท์เดียวกัน ดังจะเห็นได้จากรีวิวรถหลาย ๆ ในเว็บไซต์ headlightmag ในยุคนั้นที่มีการกล่าวเปรียบเทียบเครื่องเสียงกับเจ้า Honda City รุ่นนี้อยู่เป็นประจำ  \n\nจนถึงทุกวันนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์ในกลุ่ม Subcompact (B-Segment) นั้นก็คงจะไม่ได้มียอดขายที่เปรี้ยงปร้างเหมือนดังยุคทองในสมัยปี 2010-2014 กันอีกต่อไปแล้ว ด้วยการมาของตัวเลือกรถยนต์ประเภทอื่น ๆ ในตลาดโดยเฉพาะรถในกลุ่ม Crossover อีกทั้งต้นทุนในการพัฒนารถในกลุ่มนี้ ให้ผ่านมาตรฐานการปล่อยมลพิษในยุคใหม่ ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตเริ่มไม่สามารถทำราคาและอัดฟีเจอร์มาได้อย่างเต็มที่ได้อย่างที่เคยทำได้ในยุคก่อน\n\nก็ลองย้อนคิดดูแล้วกันครับว่า ปัจจุบันจะมีค่ายรถค่ายไหนอีกไหม ที่เปลี่ยนไปใช้เกียร์แบบ CVT ในรุ่นก่อนไปแล้ว แต่ก็พอเปลี่ยนโฉมก็ได้กลับไปใช้เกียร์แบบ Step-AT 5 สปีด เพื่อเอาใจลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่และได้ฟีลลิ่งการลากรอบเปลี่ยนเกียร์แบบดั้งเดิม \n\nCity 2008-2013 ถึงแม้มันจะดูเหมือนเป็นรถซับคอมแพคเครื่องพันห้า ราคาไม่แพงมากรุ่นหนึ่งที่มีวิ่งกันดาดดื่น แต่มันก็มีราคาคุยมากพอที่จะให้ถูกกล่าวถึงเรื่องราวความดีงามของมัน และคงจะอยู่ในความทรงจำของวัยรุ่นที่กลายมาเป็นวัยทำงานในทุกวันนี้ ในฐานะรถคันแรกของพวกเขาไปอีกนาน\n","ksb-city081065.png",null,"ksb-city081065_i.png",[11],"19 เมษายน 2566",1777136588725]