[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230419113645751033",2,6,"ระบบเบรกในรถยนต์ไฟฟ้าต่างจากรถยนต์ทั่วไปอย่างไร?","การที่รถยนต์จะวิ่งไปได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับแรงที่ต้องมีสำหรับใช้ในการขับเคลื่อนรถให้แล่นไปแล้วนั้นก็คือความสามารถในการหยุดรถได้อย่างปลอดภัย หลายท่านอาจจะเคยได้ยินว่าเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมัยใหม่นั้นมีความสามารถในการทำ Regenerative braking ที่สามารถหน่วงความเร็วรถลงมาได้ไปพร้อม ๆ กับการชาร์จไฟกลับเข้าระบบ \n\nแต่การที่จะหยุดรถยนต์น้ำหนักกว่า 1-2 ตัน ด้วยแรงหน่วงจากมอเตอร์เพียงอย่างเดียวนั้นก็ยังคงมีข้อจำกัดของระบบ Regenerative braking ที่มีปัจจัยเรื่องสถานะในการชาร์จไฟของแบตเตอรี่ หรือแรงหน่วงที่อาจจะยังทำได้ไม่มากพอ เป็นเหตุผลที่ทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะยังคงต้องมีระบบเบรกกลไกที่ยังคงมีหน้าตาคล้ายคลึงกับรถยนต์เครื่องสันดาปภายในอยู่ โดยในบทความนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจข้อแตกต่างของระบบเบรกในรถยนต์ไฟฟ้า กับรถยนต์เครื่องสันดาปภายในกันครับ\n\nระบบเบรกที่มีตัวช่วยในการผ่อนแรงในรถยนต์สมัยใหม่นั้นจริง ๆ แล้วมีโครงสร้างของระบบไฮดรอลิกส์และตัวช่วยผ่อนแรงแป้นเบรกให้แก่ผู้ขับที่ถูกคิดค้นมานานกว่า 90 กว่าปีมาแล้ว ระบบนั้นประกอบไปด้วยตัวช่วยในการผ่อนแรงของผู้ขับที่เรียกว่า “Brake booster” หรือภาษาไทย “หม้อลมเบรก” ที่จะต่อเข้ากับสากเบรกทะลุตรงเข้าไปยังแป้นเบรกในห้องโดยสาร \n\nเมื่อคนขับเหยียบเบรก หม้อลมเบรกที่จะมีสถานะปกติเป็นสุญญากาศจากแรงดูดของเครื่องยนต์ จะถูกแทนที่ด้วยแรงดันบรรยากาศซึ่งช่วยผ่อนแรงผู้ขับให้สามารถออกแรงกดแม่ปั๊มเบรก (Brake master cylinder) ที่คอยสร้างแรงดันไฮดรอลิกส์ส่งแรงไปขยับลูกสูบเบรก (Brake piston) ที่ล้อเพื่อไปกดผ้าเบรก (Brake pad) ให้หนีบหรือถูเข้ากับจานเบรก หรือดรัมเบรกได้อย่างเบาเท้า ซึ่งตามที่อธิบายมาข้างต้นนี้คือหลักการทำงานของระบบเบรกในรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่เราคุ้นเคยกัน อาศัยแรงดันสุญญากาศเป็นตัวการสำคัญในการช่วยผ่อนแรงเบรกให้ผู้ขับ\n\nในรถยนต์ไฟฟ้า ระบบเบรกที่ใช้ผ้าเบรกหนีบจานเบรกด้วยแรงดันไฮดรอลิกส์นั้นจะยังมีหลักการทำงานพื้นฐานเหมือนกับในรถเครื่องยนต์สันดาปภายในดั้งเดิมอยู่แทบทั้งหมด เราจึงจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะยังคงมีแม่ปั๊มเบรกที่มีกระปุกเติมน้ำมันเบรก ที่ยังคงใช้น้ำมันเบรกเกรดเดียวกับรถน้ำมันปกติ ท่อทางเดินของน้ำมันเบรก ผ้าเบรก และจานเบรกเหมือน ๆ กับรถน้ำมันแทบจะทั้งสิ้น แต่จะต่างกันตรงที่ในรถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่มีเครื่องยนต์ที่คอยสร้างแรงดันสุญญากาศให้หม้อลมเบรกจากการดูดอากาศเข้าไปเผาไหม้ในเครื่อง นั้นจึงเป็นที่มาของระบบ brake-by-wire ในรถยนต์ไฟฟ้า\n \nระบบ brake-by-wire ของรถยนต์ไฟฟ้านั้นต่างจากระบบเบรกในรถน้ำมันตรงที่ตัวช่วยผ่อนแรงเบรก (Brake booster) จะไม่ได้ใช้หม้อลมสุญญากาศแบบในรถน้ำมัน แต่จะใช้ตัวช่วยผ่อนแรงเบรกด้วยไฟฟ้า โดยยังคงมีการต่อสากเบรกเข้ากับขาเบรกในห้องโดยสารเช่นเดียวกับหม้อลมเบรกปกติ แต่การสร้างแรงเบรกนั้นจะมีการใช้ Stroke sensor ในการตรวจจับการออกแรงกดแป้นเบรกจากคนขับ \n\nสมองกลในระบบเบรกจะคอยประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์เพื่อสั่งการให้มอเตอร์ไฟฟ้าใน Brake booster ช่วยผ่อนแรงกดแป้น และสร้างแรงกดไปที่แม่ปั๊มเบรกต่อไปเพื่อสร้างแรงดันไฮดรอลิกส์ไปขยับลูกสูบเบรก ให้ผ้าเบรกเคลื่อนที่ไปจับกับจานเบรก หรือดรัมเบรกเช่นเดียวกับรถน้ำมันปกติ ส่วนแรงต้านจากแป้นเบรกที่ผู้ขับจะรู้สึกได้ โดยหลัก ๆ แล้วจะมาจากโครงสร้างสปริงในตัวช่วยผ่อนแรงเบรกไฟฟ้า และแรงหน่วงจากมอเตอร์ผ่อนแรงเบรกในชุดแม่ปั๊มเบรกแสนกลนี้นั้นเอง\n\nจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าระบบจะทำงานด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ก็จะยังคงมีการต่อขาเบรกกลไกเข้ากับชุดแม่ปั๊มเบรกโดยตรง เพื่อที่ในกรณีฉุกเฉิน เราจะยังคงสามารถออกแรงเบรกเพื่อหยุดรถ (โดยใช้แรงมากกว่าปกติ) ได้โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเช่นเดียวกับที่เราสามารถออกแรงเบรกได้ในขณะที่ดับเครื่องยนต์ในรถน้ำมันปกติ\n \nสุดท้ายแล้วเราก็ยังคงต้องไม่ลืมว่าถึงแม้ระบบเบรกในรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นจะดูล้ำสมัยสักเพียงใด แต่ชิ้นส่วนที่เป็นกลไกในการหยุดรถจริง ๆ นั้นก็ยังคงไม่ได้ต่างไปจากรถน้ำมันแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นจานเบรก ผ้าเบรก ที่เป็นชิ้นส่วนสึกหรอ (wear and tear) และระบบไฮดรอลิกส์ที่ยังคงต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกตามการใช้ระยะเวลาเป็นปกติ เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถึงยังคงต้องมีการกำหนดเข้ารับบริการเช็คระยะตามปกติเหมือนกับที่เราคุ้นเคยกันในรถน้ำมันดั้งเดิมนั้นเอง\n","ksb-evbrake1065.png",null,"ksb-evbrake1065_i.png",[11],"19 เมษายน 2566",1777136588722]