[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230419113646074003",2,4,"Nissan X-Trail (T32) SUV พื้นฐานเก๋งรุ่นสุดท้ายของนิสสันในไทย","หากจะพูดถึงรถยนต์ในกลุ่ม SUV ในไทยนอกจาก Honda CR-V แล้วล่ะก็ หนึ่งในผู้เล่นสำคัญในช่วงยุคปี 2014 จนถึง 2017 อีกรายหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้นั้นก็คงจะเป็น Nissan X-Trail โฉม T32 ทั้งที่จริง ๆ แล้วก่อนหน้าปี 2014 นิสสันเองได้มีการวางจำหน่าย X-Trail มาอย่างต่อเนื่องถึง 2 เจนเนอร์เรชั่น ตั้งแต่ X-Trail โฉม T30 และ T31 แต่นั้นก็ยังไม่เหมือนกับโฉม T32 ตรงที่ในยุคก่อนนั้น นิสสันเลือกที่จะนำเข้า X-Trail มาจากประเทศเพื่อนบ้านในรั้วอาเซียนผ่านสิทธิพิเศษทางภาษี AFTA ทำให้พอทำราคาพอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่แข่งได้ \n\nแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนักด้วยรูปร่างตัวรถที่ดูเป็นรถทรงกล่อง ๆ เหลี่ยม ๆ และสมรรถนะที่อาจจะไม่ได้ดีไปกว่าคู่แข่งในขณะนั้นมากนัก จนกระทั่งมาถึง X-Trail T32 ที่เริ่มมีการนำเข้ามาผลิตในโรงงานที่ไทยเอง และถือเป็นโฉมที่ปฏิวัติงานออกแบบของรถในตระกูลนี้ \n\nด้วยการนำเอาเส้นสายที่โค้งมนโฉบเฉี่ยว และมีการริเริ่มใช้แพลทฟอร์มใหม่ในระดับโกลบอลอย่าง CMF-CD platform ที่เป็นแพลทฟอร์มที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ขนาดกลาง-ใหญ่ ทั้งจากเรโนลท์และนิสสัน แทนที่แพลทฟอร์มเก่าอย่าง C และ D Platform ที่เคยใช้ใน Sylphy และ Teana ตามลำดับ\n \nเช่นเดียวกับในตลาดบ้านเกิดประเทศญี่ปุ่น เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เบนซินฉีดตรง รหัส MR20DD ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ก็มีมาให้ชาวไทยเลือกใช้ควบคู่กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส QR25DE ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 233 นิวตันเมตร \n\nที่เป็นตัวเลือกแบบเดียวกับโฉมที่ขายในสหรัฐอเมริกา ทั้งคู่ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ X-Tronic CVT ปรับแมนนวลโหมดได้ 7 สปีดและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ AWD ที่มีฟีเจอร์เด็ดตรงที่สามารถทำ 4 Lock ที่บังคับให้ล้อทั้งสี่หมุนไปพร้อมกันได้เช่นเดียวกับรถกระบะตัวลุยขับสี่\n\nในช่วงแรกที่เปิดตัวปี 2014 นั้น X-Trail เรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ SUV ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยโดยเฉพาะในรุ่น 2.0 ที่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่าคู่แข่งพิกัด 2.0 ลิตรอย่าง CR-V ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งออปชั่นที่ให้มาในรุ่น 2.0 ก็ไม่ได้ขี้เหร่ \n\nฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่คนจำได้ก็คงจะเป็นฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้า กล้องมองภาพรอบคัน Around View Monitor ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมระบบควบคุมการทรงตัว VDC TCS และ Chassis Control ที่ช่วยควบคุมอาการโคลงของรถด้วยการเบรกแยกล้อระหว่างที่รถจั้มเนิน ไฟหน้าแบบ Full LED ก็มีมาให้ตั้งแต่ในรุ่น 2.0 ถัดขึ้นไปจนถึงรุ่นเครื่อง 2.5 ที่มีไม้เด็ดเป็นหลังคาแบบกระจก Panoramic Sunroof และใครที่เล่นตัว 2.5 ก็จะได้ airbag สี่จุดต่างกับ 2.0 ที่ได้แอร์แบคเพียงแค่คู่หน้าเท่านั้น \n\nและต้องยังไม่ลืมว่า X-Trail ณ ตอนนั้นถือเป็น C-SUV รุ่นเดียวในตลาดที่ให้เบาะแถวสามมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเบาะแถวสองก็ยังมีการวางแบบ Theatre seat ที่จะมีการวางตำแหน่งนั่งให้สูงขึ้นกว่าผู้โดยสารตอนหน้า ทำให้ทัศนวิสัยของผู้โดยสารโปร่งสบายกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด และยังเปิดราคามาไม่แพงไปกว่าคู่แข่งตั้งแต่ 1.1 ไปจนถึง 1.6 ล้านบาท\n \nทุกอย่างดูกำลังจะไปได้สวยด้วยโมเมนตัมการขายระดับหลักพันในหลาย ๆ เดือนติดต่อกันตั้งแต่เปิดตัว ก็มาจนถึงรุ่น 2.0 ไฮบริด (X-Trail HEV) ก็ถูกเปิดตัวในช่วงปลายปี 2015 ด้วยการวางราคาให้แทรกกลางระหว่างรุ่น 2.0 และ 2.5 โดยมีฟีเจอร์หลัก ๆ คล้ายคลึงกับรุ่น 2.0 ตัวท็อปเดิม แต่ตัดเบาะแถวสามออก (เนื่องจากติดแบตเตอรี่) จริง ๆ แล้วต้องเล่าให้ฟังว่าขุมพลังไฮบริดใน X-Trail นั้นถือเป็นเทคโนโลยีไฮบริดยุคบุกเบิกของนิสสัน ที่ติดตั้งมอเตอร์ขนาดค่อนข้างเล็กมาช่วยในการขับเคลื่อน จึงทำให้ในระหว่างการใช้งานโดยส่วนใหญ่เครื่องยนต์มักจะต้องติดอยู่ตลอดเวลา \n\nมันจึงทำได้เพียงแค่ช่วยเสริมอัตราเร่งในการออกตัวให้แรงได้เท่า ๆ กับเครื่อง 2.5 แต่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้นจริง ๆ แล้วก็ทำได้ไม่ดีกว่าเครื่อง 2.0 รุ่นปกติไปเสียเท่าไร ประกอบกับในภายหลังเริ่มมีข่าวคราวหนาหูเกี่ยวกับเรื่องกลุ่มผู้ใช้รถ X-Trail Hybrid ประสบปัญหาระบบเกียร์มีปัญหากันจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต จึงทำให้โมเมนตัมในการขายเริ่มหยุดชะงักไปพร้อม ๆ กับในช่วงปี 2016-17 ที่นิสสันเริ่มประสบปัญหารถขายดีแค่บางรุ่น และมีสต็อครถรุ่นที่ขายไม่ได้ล้นออกมาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ยอดขายดูค่อนข้างซบเซาลงไป\n \nจนกระทั่งถึงช่วงปลายปี 2018 หลังจากที่ลากขายรถ X-Trail สเปกเดิมมาอย่างยาวนานจนคู่แข่งทั้ง CR-V และ CX-5 จากมาสด้าตามทัน นิสสันก็ถึงเวลาปรับหน้าตาทาปากและสเปกใหม่ให้กับ X-Trail T32 เป็นครั้งแรกด้วยการเปิดตัวรุ่น Minorchange ที่จริง ๆ แล้วถือได้ว่าเป็นรถที่มีฟีเจอร์โดดเด่นหลากหลายมาก \n\nตั้งแต่ระบบ Adaptive Cruse Control (ICC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB) ระบบเตือนรถออกนอกเลน (LDW) ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW) นี่ถือได้ว่าเป็นรถรุ่นแรก ๆ ของนิสสัน และในตลาดรถญี่ปุ่นในไทย ที่มีการนำเอาระบบ ICC และ ADAS มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ \n\nและยังมีการเริ่มนำหลังคา Panoramic sunroof ติดตั้งให้ในรุ่นไฮบริด จากเดิมที่มีให้เฉพาะในรุ่น 2.5 และยังเพิ่มออปชั่นถุงลมนิรภัยรอบคันให้ครอบคลุมรุ่นย่อยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลือกเครื่องยนต์ยอดนิยมอย่าง 2.0 ลิตรเบนซินดั้งเดิมนั้นได้ถูกถอดออกไปจากไลน์อัพอย่างค้านสายตานักเลงรถชาวเน็ต อีกทั้งคู่แข่งอย่าง Honda CR-V ก็มาพร้อมรุ่นใหม่ที่มีเบาะ 7 ที่นั่งมาให้เลือก และ Mazda CX-5 ก็มาพร้อมกับบอดี้และหน้าตาที่สดใหม่พร้อมตัวถังขนาดใหญ่กว่าเดิม ก็เลยทำให้ X-Trail T32 นั้นต้องนั่งเก็บยอดขายรถค้างสต็อคของตัวเองไปอยู่ในมุมเงียบ ๆ ไปจนหมดอายุการตลาดอย่างน่าเสียดาย\n \nจนเวลาเนิ่นนานจนถึงกลางปี 2020 นิสสันประเทศไทย ก็ได้มีจดหมายเวียนไปถึงผู้จำหน่ายถึงการยุติการทำตลาดรถยนต์รุ่น X-Trail, Teana และ Sylphy ก็ถือเป็นการสั่งลาตำนาน SUV พื้นฐานเก๋งของนิสสันในไทยไปอย่างเป็นทางการ หลีกทางให้พี่ใหญ่ SUV พื้นฐานกระบะ (PPV) อย่าง Nissan Terra มารับช่วงต่อในการลุยตลาด SUV สำหรับครอบครัวในไทยต่อไป\n","ksb-xtrail1065.png",null,"ksb-xtrail1065_i.png",[11],"19 เมษายน 2566",1777136588719]