[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230419113647558085",2,4,"Honda Civic FD - ทำไมจึงยังเป็นภาพจำของรถ C-Segment Sedan อยู่?","ผมเองก็ไม่ทราบนะครับ ว่าจะมีใครคิดเหมือนผมหรือเปล่า แต่ว่ารถ C-Segment Sedan ในปัจจุบันนี้ มันคันใหญ่เกินไป และไม่ได้ใหญ่เกินไปนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ใหญ่เกินไปมาก\n\nดูตัวอย่างจาก Honda Civic รุ่นปัจจุบันสิครับ ความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,674 มิลลิเมตร และกว้าง 1,801 มิลลิเมตร ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับรถ Executive Sedan จากยุค 1990 อย่าง BMW Series 5 E34 แล้วนั้น Honda Civic FE สั้นกว่าอยู่แค่ประมาณ 5 เซนติเมตร และกว้างกว่า 5 เซนติเมตรเช่นกัน ถ้าหากเทียบกับรถระดับเริ่มต้นของ Volvo ในยุคเดียวกันอย่าง 850 เราจะพบว่า Volvo 850 สั้นกว่าอยู่ 1 เซนติเมตร! โดยที่ความกว้างพอ ๆ กับ BMW E34\n \nรถเหล่านั้นในยุค 1990 สำหรับคนที่จดจำได้ เป็นรถยนต์หรู และรู้สึกว่าคันใหญ่เป็นอย่างมาก และโดยเฉพาะกับคนที่เคยนั่ง Volvo 850 ก็จะพบว่า พื้นที่ภายในของมันนั้นกว้างขวางกว่า Honda Civic FE เสียอีก!\n \nนั่นเองอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรารู้สึกว่า ภาพของรถ C-Segment ที่ติดหัวเราอยู่ ก็ต้องย้อนกลับไปดู Honda Civic ถึง 3 เจเนอเรชั่น อย่าง Honda Civic FD ซึ่งทำตลาดตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2011 แต่คำถามคือ แล้วทำไมถึงต้องเจาะจงที่รถรุ่นนี้ละ? มันมีอะไรน่าสนใจเหรอ?\n\nใช่ครับ มันมีอะไรน่าสนใจอยู่ ในมุมมองของเรา นี่คือรถที่พลิกโฉมหน้าตลาด C-Segment ในประเทศไทยไปเสียหมดสิ้น ร่วมกับ Mazda 3 เจเนอเรชั่นแรก แต่ด้วยเหตุผลหลาย ๆ จึงทำให้ Civic FD กลายมาเป็นรถ C-Segment ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในยุคนั้น\n\nHonda Civic FD เป็นรถ C-Segment ที่ใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และหลังแบบ Double Wishbone ตามสไตล์ของ Honda แต่ก็ไม่ใช่แบบ Double Wishbone 4 ล้อเหมือนกับ Honda Civic รุ่นก่อนหน้า โชคยังดีที่ Honda Civic ES ก่อนหน้ารุ่นหนึ่ง เป็นรุ่นแรกที่ใช้ช่วงล่างแบบนั้น เสียงวิจารณ์จึงตกไปที่รุ่นนี้เสียมากกว่า สิ่งหนึ่งที่คนมักจะสังเกตเกี่ยวกับ Civic FD คือท้ายของรถนั้นกวาดออกได้ค่อนข้างง่ายสำหรับรถใช้งานทั่วไป แต่ก็ไม่ได้ถึงกับอันตราย ในการขับขี่จริงกลับทำให้รถรู้สึกมีความคล่องแคล่วว่องไวเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้ารู้สึกว่าโช้คอัพเดิมนิ่มเกินไป ก็สามารถหาตัวเลือกมาเปลี่ยนได้อย่างไม่ยากนัก\n \nขุมพลังของ Honda Civic FD มีให้เลือก 2 แบบ คือชนิด 1.8 ลิตร SOHC และ 2.0 DOHC ทั้งสองเป็นแบบ 4 สูบเบนซิน และให้พละกำลังมาอย่างพอดี แต่สำหรับรุ่น 2.0 ก็เคยเป็นหนึ่งในรถที่ร้อนแรงที่สุดของยุคมัน ด้วยความเร็วสูงสุดตามการทดสอบของเราอยู่ที่ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระดับ 10 วินาทีต้น ๆ \n\nสำหรับปัจจุบันมันอาจจะดูธรรมดาไปแล้ว แต่ในช่วงปี 2005 ที่รถรุ่นนี้ออกมาครั้งแรก มันก็เป็นรถที่หาตัวจับได้ยาก ส่วนปัญหาที่เราเคยได้ยินกันตอนรถใหม่ ๆ ที่เครื่องยนต์มีเสียง “ต๊อก ๆ” หลายท่านอาจจะลืมกันไปแล้วว่าเคยมีปัญหานี้ แต่ในปัจจุบันก็แทบจะไม่มีใครพูดถึงกัน และรถที่ประสบปัญหาก็ถูกแก้ไขไปแทบจะหมดแล้วครับ\n \nทั้งหมดนี้รวมอยู่ในแพคเก็จของรถ Honda ที่เราคุ้นเคยกัน มันเป็นรถสไตล์ที่ว่าถ้าหากไม่เคยสัมผัสมาก่อน แค่มานั่งไม่นานก็จะรู้แล้วว่าทุกอย่างอยู่ตรงไหน และโดดเด่นที่สุดด้วยมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอลที่แยกออกมาด้านบนคอนโซล ในยุคที่ยังไม่มี Head Up Display เป็นอุปกรณ์แพร่หลาย นี่คือทางออกที่ไม่แย่นัก และการใช้งานจริงก็ทำได้ดีพอสมควร\n\nโดยสรุปแล้ว Honda Civic FD เรามองว่าเป็นรถที่ดูแลรักษาได้ไม่ยากนักเพราะความแพร่หลาย ประสิทธิภาพในการใช้งานก็ยังคงดีกว่ารถ C-Segment รุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่น อีกทั้งยังมีการขับขี่ที่ออกแนวว่องไวสไตล์ Honda และยังมีขนาดตัวที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ จึงทำให้ขับขี่ได้ง่ายไม่เทอะทะ และถ้าอยากซน อยากสนุก ก็มีคนที่หาวิธีการแต่งมาหลากหลายมาก\n \nแล้วมีปัญหาอะไรไหม? มีครับ ปัญหาใหญ่เลยทีเดียว ถ้าหากคุณอยากจะหา Honda Civic FD ในตลาดรถมือสอง ที่ซึ่งราคาอยู่ที่ตั้งแต่ แสนกลาง ๆ ไปจนถึง สามแสนบาท รถที่สภาพดีและเหมาะสำหรับการเอามาปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ หาได้ยากอย่างน่าทึ่ง แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า Honda Civic FD ตัวแรก ๆ ปี 2005 นั้น อายุอานามก็เกือบจะ 20 ปีเข้าไปแล้ว! และต่อให้เป็นตัวสุดท้ายปี 2011 ก็อายุเกิน 10 ปี\n\nด้วยเหตุนี้ ถ้าเกิดท่านอยากได้จริง ๆ เราก็อยากจะแนะนำรถที่ใกล้เคียงกันรุ่นหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามไป นั่นคือ Honda Civic FB อันเป็น FD ที่ถูกปรับปรุงให้ตรงกับการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น แต่ด้วยเหตุผลบางข้อทำให้ลูกค้ากลับมองว่ามันไม่ดีเท่ากับ FD แต่ด้วยเหตุนี้ กลับกลายเป็นว่ารถสภาพที่ดีหาได้ง่ายกว่า Honda Civic FD เพราะทั้งใหม่กว่า และคนที่สนใจ มักจะเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่สายซิ่งมากกว่า\n","ks-civicfd1065.png",null,"ks-civicfd1065_i.png",[11],"19 เมษายน 2566",1777136588685]