[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":14},"20230613145016292432",2,3,"แบตเตอรี่ LFP vs NMC ต่างกันอย่างไร?","แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้ายุคนี้ จะมีการเลือกใช้เซลล์แบตเตอรี่อยู่ 2 ชนิด ได้แก่เซลล์แบบ NMC และ LFP ซึ่งมีความแตกต่าง และมีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันอย่างชัดเจน\nNMC : Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxides (ลิเธียม แมงกานีส โคบอลท์ ออกไซต์) เป็นแบตเตอรี่ที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 2009 มีความโดดเด่นเรื่องของน้ำหนักที่เบา จุพลังงานได้มาก จึงมีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากในน้ำหนักเท่ากับแบต LFP ตัวแบตเตอรี่ NMC จะสามารถจุพลังงานไฟฟ้าได้ปริมาณมากกว่านั่นเอง\nส่วนข้อเสียของแบตเตอรี่ NMC นั่นคือราคาค่อนข้างสูง และใช้แร่ธาตุที่หายากกว่า\n\nLFP : Lithium Iron Phosphate (ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟต) เป็นแบตเตอรี่ที่ถูกคิดค้นในช่วงปี คศ. 1990 ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมาอย่างยาวนานในหลากหลายอุปกรณ์ที่ต้องการแบตเตอรี่ อาทิเช่น รถกอล์ฟ, รถโฟลกลิฟต์, ระบบกักเก็บพลังงาน และรถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น ข้อดีของแบตเตอรี่ LFP คือมีราคาถูก ใช้งานง่าย โดยเฉพาะเรื่องความทนทาน โดยตัวเซลล์แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานมากกว่าแบตเตอรี่แบบ NMC เกือบ 2 เท่าตัว\nทว่า ข้อเสียของแบตเตอรี่ LFP หลักๆ หนีไม่พ้นเรื่องของน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักของแบตเตอรี่ NMC บนพื้นที่บรรทุกเท่ากัน แบตเตอรี่ NMC จะมีความจุพลังงานไฟฟ้ามากกว่า LFP ค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat 400 ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP ความจุพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 47 kWh แต่ถ้าเป็นรุ่น Good Cat 500 ที่ใช้แบตเตอรี่ NMC จะได้ความจุพลังงานไฟฟ้ามากถึง 63 kWh เลยทีเดียว","CoverH2H202304LFPvsNMC.png",null,"ContentH2H202304LFPvsNMC.png",[11,13],"ContentH2H202304LFPvsNMC2.png","13 มิถุนายน 2566",1777136588511]