[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":16},"20230613145017974395",2,3,"Module vs Cell to Pack ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่า","แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย จะมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่แบบ Module และแบบ Cell to Pack ซึ่งแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้\n\nรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่จัดจำหน่ายอยู่ ณ ตอนนี้ จะใช้รูปแบบการแพ็กแบตเตอรี่แบบ CTM หรือ Cell-To-Module โดยจะเป็นการนำเซลล์แบตเตอรี่มาประกอบเป็นโมดูล ก่อนจะนำโมดูลมาประกอบเป็นแบตเตอรี่แพ็กที่พร้อมติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าอีกที \nข้อดีของแบตเตอรี่ประเภทนี้คือ บำรุงรักษาได้ง่ายกว่ามากๆ อาทิเช่นในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุ ตัวเคสแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย จะสามารถถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายได้ง่าย หรือในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติของเซลล์แบตเตอรี่บางตัว ก็สามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะชิ้นที่ผิดปกติได้ ไม่ต้องตีเปลี่ยนทั้งหมด\n\nข้อเสียของแบตเตอรี่ประเภทนี้ทำให้ภายในแพ็กแบตเตอรี่ มีช่องว่างระหว่างโมดูลเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แบตเตอรี่มีน้ำหนักมาก เมื่อเปรียบเทียบกับความจุพลังงานไฟฟ้าที่สามารถกักเก็บได้\nรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่แบบโมดูล อาทิเช่น MG ZS EV, MG EP, MG ES, NETA V, Nissan Leaf, Volvo XC40 เป็นต้น\n\nในขณะที่เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ ที่มีชื่อว่า Cell-To-Pack (CTP) เป็นเทคโนโลยีที่สามารถประกอบเซลล์แบตเตอรี่ลงในไปแพ็กแบตเตอรี่ได้โดยตรง ไม่ต้องประกอบเป็นโมดูลก่อน ทำให้ในพื้นที่เท่ากัน สามารถบรรจุเซลล์แบตเตอรี่ได้มากขึ้น ส่งผลให้มีความหนาแน่นพลังงานมากกว่าการแพ็กแบบ CTM เพราะไม่มีช่องว่างระหว่างโมดูลอีกต่อไปแล้วนั่นเอง\nและยังส่งผลดีต่อเรื่องระบบระบายความร้อน เพราะสามารถติดตั้งระบบระบายความร้อนได้มากขึ้น เพิ่มพื้นที่ให้กับระบบระบายความร้อนมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า ช่วยทำให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น\n\nเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้กันโดยแพร่หลาย ณ ปัจจุบัน เป็นเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมหรือ Cell-To-Module (CTM) คือเซลล์แบตเตอรี่จะถูกประกอบเป็นโมดูล (Module Assembly) ก่อนนำแต่ละโมดูลมาประกอบเป็นแบตเตอรี่แพ็กอีกที ซึ่งการผลิตแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมนี้จะทำให้เสียพื้นที่สำหรับบรรจุเซลล์แบตเตอรี่ค่อนข้างมาก ขณะที่เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แบบ Cell-To-Pack (CTP) เป็นเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แพ็กที่ช่วยจัดเก็บเซลล์แบตเตอรี่ลงในแบตเตอรี่แพ็กได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประกอบเป็นโมดูล ทำให้มีพื้นที่บรรจุเซลล์แบตเตอรี่ได้มากขึ้น เพราะไม่มี Case Module และทำให้แบตเตอรี่มีความหนาแน่นของพลังงานต่อน้ำหนักเพิ่มสูงขึ้นถึง 10-15%\n\nนอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ยังลดลงจากการผลิตแบบเดิม 20-25% เนื่องจากสามารถลดปริมาณชิ้นส่วนการผลิตได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับการผลิตแบตเตอรี่รูปแบบเดิม อีกทั้งยังทำให้แพ็กแบตเตอรี่มีน้ำหนักน้อยลง ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานน้อยลง และวิ่งได้ไกลมากยิ่งขึ้น\n\nแบตเตอรี่ CTP ในประเทศไทย ถูกใช้งานในรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น อาทิ MG4, BYD ATTO 3 เป็นต้น\n\nส่วนข้อเสียของแบตเตอรี่ CTP นั่นคือหากเกิดอุบัติเหตุที่ได้รับผลกระทบถึงชุดแบตเตอรี่ หรือมีเซลล์แบตเตอรี่บางส่วนผิดปกติ จำเป็นต้องถอดเปลี่ยนใหม่ยกแพ็ก แตกต่างจาก CTM ที่สามารถเปลี่ยนเฉพาะชิ้นที่มีปัญหาได้","CoverH2H202304ModulevsCTP.png",null,"ContentH2H202304ModulevsCTP.png",[11,13,14,15],"ContentH2H202304ModulevsCTP2.png","ContentH2H202304ModulevsCTP3.png","ContentH2H202304ModulevsCTP4.png","13 มิถุนายน 2566",1777136588498]