[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20230613145019808529",2,3,"สองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง Ford Ranger wildtrak vs Ford Ranger Stormtrak","กระบะพรีเมี่ยม ก็คงต้องยกให้กับ ford ranger wildtrak แต่แล้ว ฟอร์ดก็ได้ออกรุ่นใหม่ที่เหนือกว่าคือ ford ranger stormtrak พึ่งเปิดตัวได้ไม่นานในงานมอเตอร์โชว์ ที่ผ่านมา ด้วยราคาที่สูงขึ้นพร้อมอุปกรณ์ออปชัน มากมายวันนี้เราจะมาดูกันว่าทั้งสองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ใครเหนือใคร \n-        ford ranger Wildtrak  2.0L Bi-Turbo 10AT 4WD          1,314,000 บาท\n-        ford ranger STORMTRAK  2.0L Bi-Turbo 10AT 4WD   1,399,000 บาท \n\nเริ่มจากภายนอกกันก่อนเลย STORMTRAK จะมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มหลายรายการ จากภายนอกที่แตกต่างจาก Wildtrak  ตั้งแต่ ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมยาง 255/55 R20 (Wildtrak ล้อ 18นิ้ว) สติ๊กเกอร์ตกแต่งตัวถังเฉพาะรุ่น STORMTRAK กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เฉพาะรุ่น STORMTRAK พร้อมไฟ AUX Lamp ด้านหน้ากระจัง (ทำงานเมื่อเปิดไฟสูง) ราวหลังคาแบบยกสูงปรับได้ และ สปอร์ตบาร์แบบปรับได้ Flexible Rack System \nทั้งหมดนี้คืออุปกรณ์ที่เพิ่มเติมจาก Wildtrak ถ้ามองจากภายนอกจะเห็นได้ว่าการตกแต่งดังกล่าว STORMTRAK  เน้นไปในทางสายลุยเน้นกิจกรรมนอกบ้าน เพราะอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาให้นั้นทำให้ผู้ใช้งานสามารถขนสิ่งของต่างๆที่มีขนาดยาวได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น การที่มีสปอร์ตบาร์แบบปรับได้ นั้นทำให้สะดวกในการขนย้ายสิ่งของที่มีความยาวแตกต่างกัน พร้อมให้ความสวยงามของตัวรถด้วยเช่นกัน\n2.0 Bi-Turbo DIESEL\n\nเครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ (ทำงานร่วมกันระหว่าง High-Pressure (HP Turbo) เทอร์โบแรงดันสูง และ Low-Pressure (LP Turbo) เทอร์โบแรงดันต่ำ ควบคุมด้วยวาล์ว Bypass) พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบ Terrain Management\nford ranger STORMTRAK  เปลี่ยนเป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ แบบ e-Shifter\nพร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Fully Automated Park Assist\nช่วงล่าง เหมือนกัน\nด้านหน้า Double Wishbone พร้อมคอยล์สปริง และ เหล็กกันโคลง\nด้านหลัง Leaf Spring แหนบซ้อน\nเครืองยนต์ทั้งสองรุ่นไม่ได้แตกต่างกัน มีเพียงอย่างเดียวคือระบบเกียร์ ในฝั่ง ford ranger STORMTRAK  เปลี่ยนเป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ แบบ e-Shifter ทำให้เพิ่มระบบ ช่วยจอดอัตโนมัติ Fully Automated Park Assist ทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น ช่วงล่างทั้งสองรุ่นเหมือนกันแต่ในการขับขี่อาจจะรู้สึกต่างกันเล็กน้อยด้วยขนาดของล้อที่ใหญ่กว่า \n\nอุปกรณ์ภายใน ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว  หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสีขนาด 12.4 นิ้ว ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 4A รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ford ranger STORMTRAK  เพิ่มเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ เดินด้ายสีดำ-แดง ส่วนเบาะของ ranger Wildtrak  เบาะดำเดินด้ายสีส้ม \nทั้งสองรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในรูปแบบการตกแต่งที่ ford ranger STORMTRAK  เน้นลุยขนของโดยที่ไม่ต้องไปตกแต่งอะไรเพิ่มเติม การที่รถได้รับการตกแต่งจากโรงงานย่อมรู้สึกดีกว่าที่นำไปตกแต่งเองเพราะมีการรับประกันด้วย ในส่วน ranger Wildtrak  ที่มีราคาที่ถูกกว่าและคุณไม่ได้ต้องการการตกแต่งอะไรมากนักก็เพียงพอแล้ว","CoverH2Hford.png",null,"ContentH2Hford.png",[11,13,14,15,16,17],"ContentH2Hford2.png","ContentH2Hford3.png","ContentH2Hford4.png","ContentH2Hford5.png","ContentH2Hford6.png","13 มิถุนายน 2566",1777136588455]